ทั้งสองคุยกันจนเลยห้าทุ่ม ก่อนกลับห้องไปพักผ่อน
ในห้องมีเตียงอยู่แค่เตียงเดียว ทั้งคู่จึงทำได้เพียงเบียดกันนอนอย่างทุลักทุเล
ฤดูร้อนนั้นอากาศร้อนจัด แม้จะเป็นเวลากลางคืนแล้ว แต่เมื่อไม่มีทั้งเครื่องปรับอากาศและพัดลม ก็ยังร้อนจนแทบทนไม่ไหว
เหวินเย่หลานคว้าตัวจวงชูฉิงที่พลิกไปพลิกมาไว้ «อย่าดิ้นไปมาสิ»
จวงชูฉิงทำหน้ายู่ «ร้อน»
เหวินเย่หลานหยิบพัดมาพัดให้เธอ «ใจเย็นแล้วก็จะรู้สึกเย็นเอง»
«ฉันไม่มีสภาวะจิตใจแบบนั้นหรอก» จวงชูฉิงพึมพำเสียงเบา «พรุ่งนี้ต้องหาทางเอาพัดลมมาให้ได้ ไม่งั้นคืนยาว ๆ แบบนี้คงทรมานแย่»
เหวินเย่หลานบีบมือเธอเบา ๆ «อะไร ต้องให้ฉันเล่านิทานกล่อมเธอนอนด้วยหรือไง?»
จวงชูฉิงสนใจขึ้นมาจริง ๆ «นายเล่านิทานเป็นด้วยเหรอ?»
เหวินเย่หลานเริ่มเล่านิทานให้เธอฟังจริง ๆ «กาลครั้งหนึ่ง มีบัณฑิตคนหนึ่งเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าสอบ เพราะเสียเวลาไปตอนกลางวัน เขาจึงต้องเดินทางต่อในตอนกลางคืน ระหว่างที่ผ่านป่าแห่งหนึ่ง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ดังมาจากด้านหลัง…»
ตอนแรกจวงชูฉิงฟังอย่างเพลิดเพลิน แต่ยิ่งฟังต่อไปก็ยิ่งรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
นี่มันนิทานสยองขวัญชัด ๆ!
บ้านไหนเขาเล่านิทานก่อนนอนกันแบบนี้เนี่ย!
ฟัง «นิทานก่อนนอน» ฉบับสยองขวัญของเหวินเย่หลานไป จวงชูฉิงก็ลืมเรื่องอากาศร้อนไปเสียสนิท ฟังไปฟังมาก็เริ่มง่วงขึ้นมา
