ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นเลย แม้แต่จวงชูฉิงเองก็ยังตกใจเมื่อได้ยินพานชิ่นหลินพูดแบบนั้น
ชิงจี้เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศ โดยเฉพาะเสื้อผ้ากีฬา ซึ่งขายดีมาก และเคยร่วมงานกับดาราหลายคน
ถึงจะเป็นบริษัทใหญ่แบบนี้ แต่การไปมีเรื่องกับดาราดังที่มีแฟนคลับเยอะอย่างหรงซิงเฉินก็เป็นเรื่องชวนปวดหัว
ดูท่าพานชิ่นหลินคงคิดจะสู้จนถึงที่สุดแล้ว
หรงซิงเฉินโกรธจนหัวเราะออกมา “ได้ นี่เธอพูดเองนะ แซ่พาน รอดูได้เลยว่าจะโดนไล่ออก!”
พูดจบ เขาก็พาหงเจียเหวินกับผู้ช่วยอีกกลุ่มใหญ่เดินจากไปอย่างเอิกเกริก
「โธ่ ไม่ต้องห่วงหรอกว่าพานชิ่นหลินจะโดนไล่ออก ยังไงพ่อของเธอก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของชิงจี้นี่นา」
มิน่าล่ะถึงได้มั่นใจขนาดนี้ ที่แท้ก็เป็นบริษัทของครอบครัวตัวเอง
พานชิ่นหลินตบมือเบา ๆ แล้วบอกทุกคนว่า “เอาละ ทุกคนแยกย้ายไปทำงานได้”
หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไป ผู้ช่วยก็เดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง “พี่หลินหลิน ทำแบบนี้จะไม่มีปัญหาจริง ๆ เหรอคะ? แฟนคลับของหรงซิงเฉินขึ้นชื่อเรื่องถล่มคนอื่นเลยนะคะ ถ้าเรื่องนี้บานปลาย ทั้งพี่กับบริษัทจะโดนแฟนคลับพวกนั้นรุมประจานบนอินเทอร์เน็ต”
ถ้าเรื่องลุกลามไปถึงขั้นนั้น วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดสำหรับบริษัทก็คือผลักพานชิ่นหลินออกไปรับความโกรธของทุกคนแทน
เธอทำงานอยู่ข้างพานชิ่นหลินมาสองปีแล้ว และชอบหัวหน้าคนนี้มาก ไม่อยากเห็นอีกฝ่ายโดนรุมโจมตีทางออนไลน์
พานชิ่นหลินยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วง เรื่องที่เธอกังวลจะไม่เกิดขึ้นหรอก”
