ฉินซูทำหน้าดุ เสียงกลับหวานหยดย้อยจนแทบไม่มีพิษสง
ชู้รักงั้นเหรอ?
เซี่ยหลานจือมองฉินซูด้วยแววตาฉงน ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อคล้ายกรึ่มเมา ยืนโงนเงนไปมา
“พูดเหลวไหลอะไร ฉันจะมีชู้รักมาจากไหน”
เขาตรงเข้าไปหาเธอ ตั้งใจจะพยุงไปพักผ่อนในห้องนอน
เซี่ยหลานจือที่กลับมาแล้วเตรียมตัวเข้านอน กลับต้องมาเจอยัยขี้เมาตัวน้อย อารมณ์ของเขาจึงซับซ้อนขึ้นมา
“อย่ามาแตะตัวฉันนะ!”
ฉินซูเม้มริมฝีปากแดง จ้องเซี่ยหลานจือด้วยดวงตาหวานเยิ้ม
กลิ่นสุราจาง ๆ คลอเคลียอยู่ตรงริมฝีปาก เธอเอ่ยถามเสียงดุ
“สารภาพมาตามตรง ชู้รักของคุณเป็นใคร!”
เซี่ยหลานจือจ้องดวงตาพร่าเลือนของเธอ ดูคล้ายเมาแต่ก็ไม่เชิง ราวกับแค่สบตาก็สามารถสะกดวิญญาณใครสักคนให้ลุ่มหลงได้
เขาปลอบเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและอ่อนโยน “ไม่มี ฉันไม่มีชู้รัก กลับห้องไปนอนกันเถอะ”
เซี่ยหลานจือค่อย ๆ ลองเดินเข้าไปหา
ใครจะคิดว่าฉินซูจะพุ่งเข้าหาอ้อมแขนเขาเสียอย่างนั้น
กลัวว่าเธอจะยืนไม่มั่นคงจนล้มลง เซี่ยหลานจือจึงก้าวเข้าไปอีกก้าว กางแขนโอบเธอไว้
ฉินซูดึงแขนเสื้อของชายหนุ่มขึ้น ชี้รอยฟันบนแขนที่สีจางลงแล้ว
“แล้วนี่มันอะไร?!”
เซี่ยหลานจือใช้มือข้างหนึ่งรั้งเอวฉินซูไว้ แล้วก้มมองรอยฟันที่นิ้วเรียวของเธอกำลังจิ้มอยู่
แค่เห็นก็แทบทำให้เขาหัวเราะด้วยความโมโห
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!
เขาก็ว่าอยู่ ทำไมฉินซูถึงพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขามีชู้รัก
มือที่โอบเอวฉินซูของเซี่ยหลานจือกระชับเธอเข้าหาอีกนิด ร่างทั้งสองแนบชิดกัน
