สายตาดุดันชะมัด!
ฉินซูสะดุ้งกับไอสังหารที่พุ่งเข้าปะทะใบหน้า
เท้าของเธอขยับถอยเข้าไปในห้องหลายก้าวอย่างควบคุมไม่ได้
เมื่อเซี่ยหลานจือเห็นว่าเธอตกใจ ไอสังหารรอบกายก็พลันจางหายอย่างรวดเร็ว เขาเอ่ยขอโทษว่า “ทำคุณตื่นหรือเปล่า?”
น้ำเสียงแหบพร่าเจือความเหนื่อยล้า จนเกือบแตกพร่า
แต่ก็ยังปิดบังเอกลักษณ์ของเสียงที่ฟังแล้วจำได้ทันทีไม่ได้
ฉินซูรู้สึกได้ว่าเซี่ยหลานจือผิดปกติไป บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ไอสังหารบนตัวเขารุนแรงเหลือเกิน
ทั้งกลิ่นคาวเลือดจากการเข่นฆ่า ความโหดเหี้ยมอำมหิต และความเศร้าจาง ๆ
คุณสมบัติทั้งหมดผสมผสานเข้าด้วยกัน
ทำให้เซี่ยหลานจือแผ่กลิ่นอายคุกคามอันเข้มข้นและอันตราย ราวกับพร้อมกลืนกินทุกสิ่ง
ฉินซูสบเข้ากับดวงตาลึกล้ำของเซี่ยหลานจือ แววตาคู่นั้นแฝงความเหนื่อยล้าและอันตราย
เธอเอ่ยเสียงเกร็งว่า “เปล่าค่ะ ฉันเพิ่งตื่นได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงคุณกลับมา”
แม้ไอสังหารของชายหนุ่มจะจางลงไปไม่น้อย แต่กลิ่นอายการเข่นฆ่าที่แฝงความคุกคามยังคงอยู่
ทำให้ใครก็ตามรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ
เซี่ยหลานจือสังเกตเห็นความต่อต้านและความห่างเหินที่ฉินซูมีต่อเขา
เขาหยิบเสื้อคลุมเปื้อนเลือดขึ้นมาชิ้นหนึ่ง น้ำเสียงเคร่งขรึมและเย็นชา “ผมไปล้างตัวก่อน”
“อ๊ะ ได้ค่ะ ฉันไปทำอาหารเช้าให้คุณนะ”
ฉินซูตอบช้าไปครึ่งจังหวะ ก่อนเร่งฝีเท้าเดินไปทางห้องครัว
ฝีเท้าเร่งร้อนของเธอแทบไม่ต่างจากการหนีเพราะหวาดกลัว
ดวงตาเย็นเยียบราวเหมันต์ของเซี่ยหลานจือมองตามแผ่นหลังบอบบาง จนลับหายไปจากสายตา
จู่ ๆ ความเจ็บปวดก็แล่นปราดขึ้นมาจากแผ่นหลัง ทำให้เขาขมวดคิ้วอย่างไม่สบายตัว
เซี่ยหลานจือหลุบตาลง แล้วหันไปอีกทาง
ระหว่างที่เขาล้างหน้าแปรงฟัน ฉินซูก็รีบต้มบะหมี่ร้อน ๆ หม้อหนึ่งด้วยความเร็วที่สุด
เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารในห้องรับแขก ก้มหน้าหลุบตา สีหน้าเต็มไปด้วยความครุ่นคิด
ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องอาบน้ำ ฉินซูก็เงยหน้าขึ้นฉับพลัน
เซี่ยหลานจือสวมกางเกงสีเขียวทหาร เดินออกมาพร้อมใช้มือข้างหนึ่งเช็ดผมเปียกด้วยผ้าขนหนู
