ฉินเป่าจูปักใจว่าเซี่ยหลานจือเป็นคุณชายเซี่ยตัวปลอม อีกทั้งหยางต้าจู้ยังอยู่ตรงนี้ จึงยิ่งได้ใจเป็นพิเศษ
เธอเชิดคอร้องตะโกนอย่างไม่ยอมแพ้ “หน้าแทบไม่เหลือแล้ว ฉันจะหวงมือไว้ทำไมอีก!”
ฉินซูโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังเซี่ยหลานจือ ก่อนเอ่ยประชดว่า “ลองดูหน้าตัวเองสิ! ตา จมูก ปาก เหมือนไม่ได้อยู่บนหน้าเดียวกัน แถมยังสีสันฉูดฉาดอีกต่างหาก หน้าแบบนี้ไม่ต้องมีก็ได้!
“ส่วนมือน่ะเหรอ นั่นมือที่ไหนกัน เห็นชัด ๆ ว่าเป็นอุ้งเท้าหมา! ฉันลองคำนวณดูแล้ว เธอขาดคุณธรรมในธาตุทั้งห้า ดวงชะตาก็ต่ำทราม ถึงได้ลงเอยแบบนี้ไง!”
“เธอยอมรับแล้ว!”
ฉินเป่าจูที่ถูกสวนกลับ ตะโกนเสียงแหลม
“เธอเป็นคนทำร้ายฉันจนเป็นแบบนี้ใช่ไหม! นังจิ้งจอกเจ้าเสน่ห์ขี้อิจฉา!”
ใบหน้าบวมช้ำของฉินเป่าจูบิดเบี้ยวจนน่ากลัวเพราะความโกรธ
ระหว่างที่เธอกำลังโวยวาย เซี่ยหลานจือจูงมือฉินซูเดินลงบันไดมาอย่างช้า ๆ
อีกด้านหนึ่ง คุณนายเซี่ยนั่งหน้าขรึม สายตาเหลือบมองหยางต้าจู้ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนป่วย
“บ้านฉันเพิ่งมีคนป่วย แล้วคุณก็พาคนมาถึงบ้าน แถมยังโวยวายเอะอะ คิดว่าฉันกับหลานจือแม่ลูกเป็นคนรังแกง่ายหรือไง?”
ถ้อยคำเรียบเรื่อยประโยคเดียวกลับแฝงแรงกดดันอยู่ไม่น้อย
หยางต้าจู้ไอโขลกสองสามครั้ง ก่อนรีบอธิบาย “แค่ก ๆ ๆ... น้องสะใภ้ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น!”
คุณนายเซี่ยปรายตามองฉินเป่าจู พลางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “เธอชี้หน้าด่าลูก ๆ บ้านฉันแล้วนะ!”
หยางต้าจู้ขึ้นเสียงเข้ม “เป่าจู! เธอพูดกับหลานจือแบบนั้นได้ยังไง!”
ฉินเป่าจูหัวเราะเยาะ ก่อนชี้ไปยังเซี่ยหลานจือที่กำลังเดินเข้ามาใกล้
“เขาไม่ใช่เซี่ยหลานจือตัวจริง เป็นตัวปลอมต่างหาก!”
“เซี่ยหลานจือตัวจริงขาพิการ หน้าเสียโฉม นอนรอความตายอยู่ที่สถานีอนามัยในค่าย 963!”
“แถมเซี่ยหลานจือยังเป็นไอ้ขี้โรคหน้าตาอัปลักษณ์ อีกไม่นานก็ถูกโรคร้ายทรมานจนตาย!”
ฉินเป่าจูระบายความแค้นในใจอย่างเต็มที่ โดยไม่เห็นสีหน้าบึ้งตึงของคุณนายเซี่ยที่นั่งอยู่บนโซฟา คิ้วขมวดแน่นและแผ่บรรยากาศไม่พอใจไปทั่ว
ได้ยินใครแช่งลูกตัวเองแบบนี้ ใครจะทนไหว
