“ซี๊ด—”
หยานหูซัวขมวดคิ้วแน่น สูดลมหายใจเย็นเข้าปาก
คุณนายเซี่ยถูกเขาทำเอาใจคอไม่ดี “ดูออกหรือเปล่าว่าเป็นอะไร ทำหน้าเบ้เสียขนาดนั้น ฉันพลอยใจหายไปด้วยแล้ว”
หยานหูซัวมองฉินซูที่ใบหน้าซีดเซียว ก่อนเอ่ยอย่างสงสัย “ชีพจรของคุณแปลกอยู่นิดหน่อยนะ”
ฉินซูเลิกคิ้วเล็กน้อย ถามด้วยเสียงอ่อนแรง “แปลกตรงไหนคะ?”
หยานหูซัวอธิบายด้วยน้ำเสียงเนิบช้า “ชีพจรค่อนข้างอ่อน ทั้งยังเต้นช้า ม้ามกับกระเพาะได้รับผลกระทบ แถมเลือดลมยังพร่องอยู่นิดหน่อย เห็นได้ชัดว่าเป็นอาการไม่คุ้นกับสภาพแวดล้อม”
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่อง “แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ใต้ชีพจรหลักของคุณยังมีชีพจรจาง ๆ อีกสองสาย”
ฉินซูถูกกระตุ้นความสนใจ จึงลองจับชีพจรตัวเองดูบ้าง
ตอนแรกสีหน้าของเธอยังดูสงบนิ่ง แต่ไม่นานก็เคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ
หยานหูซัวลูบเคราขาว ดวงตาจับจ้องฉินซูเขม็ง “คลำเจอแล้วใช่ไหม?”
ริมฝีปากสีจางของฉินซูเม้มแน่น “ค่ะ แปลกจริง ๆ”
ใต้ชีพจรหลักของเธอ มีชีพจรอีกสองสายที่แผ่วเบามาก
เต้นลื่นเร็วและมีแรง ไหลเวียนคล่องราวลูกแก้วกลิ้งบนจาน ชัดเจนว่าเป็นชีพจรมงคล!
หยานหูซัวพึมพำ “แปลกจริง ๆ คลำดูคล้ายชีพจรมงคลอยู่บ้าง แต่โดยทั่วไปหญิงตั้งครรภ์จะมีชีพจรเดียว สภาพของคุณตอนนี้กลับคล้ายช่วงไข่ตก หรือไม่ก็ใกล้มีประจำเดือน แล้วทำไมถึงมีชีพจรจาง ๆ ตั้งสองสายล่ะ”
ฉินซูคำนวณดูแล้ว ช่วงไข่ตกของเธอผ่านไปนานแล้ว
ส่วนประจำเดือน อย่างน้อยก็ต้องรออีกครึ่งเดือนกว่าจะมา
หยานหูซัวเอ่ยถามขึ้นมา “ช่วงนี้คุณกินยาบำรุงอะไรหรือเปล่า?”
ฉินซูส่ายหน้า แต่ไม่นานสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เธอขยับตัวนั่งตรง “ฉันอาจรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อครึ่งเดือนก่อน ฉันแช่ยาเพื่อปรับสภาพร่างกาย แถมยังช่วยเปิดเส้นลมปราณทั่วร่างไปนิดหน่อย การเปิดเส้นลมปราณทำให้ร่างกายเสียสมดุล ต้องใช้เวลาฟื้นฟูตัวเองสักพัก”
ฉินซูจำได้ว่า หลังจากเปิดเส้นลมปราณของผู้ชายแล้ว ชีพจรก็อาจแปรปรวนได้เหมือนกัน
ไม่ต้องพูดถึงชีพจรมงคลเลย ต่อให้เป็นชีพจรของโรคประหลาดสารพัดก็ยังปรากฏขึ้นมาได้
ต้องพักฟื้นหนึ่งเดือน ร่างกายถึงจะกลับเป็นปกติ
