ฉินซูเห็นสีหน้าของเซี่ยหลานจือเปลี่ยนไป เขากลั้นหายใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังและตื่นเต้น
ความยินดีอย่างล้นเหลือที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่ม ทำให้หัวใจของฉินซูค่อย ๆ จมดิ่งลง
ที่จริงแล้วเซี่ยหลานจือคงตั้งตารอที่จะมีลูกสักคนสินะ
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินซูเลือนหายไป ในใจรู้สึกไม่อยากทำร้ายเขา แต่ปากกลับเอ่ยอย่างใจร้ายว่า
“เซี่ยหลานจือ เราคงไม่มีลูกหรอก”
คำพูดแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางห้องอันเงียบสงบ
รอยยิ้มที่กำลังจะผลิบานบนใบหน้าของเซี่ยหลานจือจางหายไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าเขาชะงักค้างไปชั่วขณะ
ฉินซูกลืนน้ำลายลงคอ น้ำเสียงหม่นลงเล็กน้อย “ผู้อาวุโสเหยียนบอกว่าชีพจรของฉันแปรปรวน ที่จับได้ว่าเป็นชีพจรตั้งครรภ์ก็เพราะร่างกายของฉันกำลังฟื้นฟู ประกอบกับไม่คุ้นกับสภาพแวดล้อม เลยต้องกินยาไปอีกหลายวัน”
อารมณ์ของเธอดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด เซี่ยหลานจือสังเกตเห็นทันที
เขารีบปลอบ “แค่คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ผมเองที่คิดเพ้อเจ้อไปชั่วขณะ”
ฉินซูหลุบตาลง เอ่ยเสียงเรียบ “ทำให้คุณผิดหวังแล้ว”
เซี่ยหลานจือกางแขนโอบเธอเข้ามาในอ้อมกอด พูดเสียงนุ่มนวล “อาซู ผมเลอะเลือนไปเอง อย่าโกรธเลยนะ”
เมื่อรู้ว่าฉินซูมีชีพจรตั้งครรภ์ เขาก็ดีใจจนแทบล้นอกจริง ๆ อารมณ์พลุ่งพล่านจนควบคุมตัวเองไม่ได้ไปชั่วขณะ
เขาหลอกตัวเองไม่ได้ว่าในใจลึก ๆ อยากมีลูกกับฉินซูมากเพียงใด
ลูกที่เป็นของพวกเขา มีสายเลือดของทั้งคู่
ฉินซูซบอยู่บนไหล่ของชายหนุ่ม น้ำเสียงยังคงเรียบเรื่อย “ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากมีลูกสักคนจริง ๆ”
พอได้ยินเช่นนั้น เซี่ยหลานจือก็ลนลานจนเห็นได้ชัด เขาก้มมองสีหน้าไม่สบอารมณ์ของฉินซู
เขาเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงตึงเครียด “อาซู ขอโทษนะ ผมผิดเอง อย่าโกรธเลย”
ฉินซูเหลือบมองเขา “คุณเห็นตรงไหนว่าฉันโกรธ?”
เซี่ยหลานจือเม้มปาก “เห็นทั้งสองตาเลย ผมผิดเองที่โลภเกินไป”
ฉินซูแกะมือที่โอบเอวเธอออก แล้วเอนกายพิงหัวเตียงไม้แผ่นอย่างผ่อนคลาย
“ฉันไม่ได้โกรธ แค่จู่ ๆ ก็คิดขึ้นมา ถ้ามีลูกสักคนก็คงดี”
เซี่ยหลานจือกลับไม่ได้ดีใจ เขาขมวดคิ้วถาม “ทำไมล่ะ?”
ฉินซูเบ้ปาก “อย่างแรกก็เพื่อปิดปากฉินเป่าจู เพราะเป็นเพราะเธอ คนในเขตบ้านพักถึงได้รู้ว่าคุณไร้บุตร”
