“พะ...พี่สะใภ้ นี่ไม่ใช่ของเล่นนะ รีบเอามันออกไปเถอะ—”
ใบหน้าของเด็กหนุ่มซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา แม้แต่คำพูดยังติดขัด
ฉินซูเกาะอยู่บนตัวเซี่ยหลานจือ ดวงตาฉาบด้วยความเย็นชา “คุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลย”
งานเลี้ยงฉลองเดือนแรกเกิดของหลานชายสองคนแห่งตระกูลเซี่ยห้ามนำปืนเข้ามา ไม่ว่าคุณจะมียศสูงแค่ไหนหรือมีเบื้องหลังใหญ่โตเพียงใด ขอแค่ก้าวเข้าประตูตระกูลเซี่ยก็ห้ามพกอาวุธทุกชนิด
ฉินซูเผยให้เห็นทักษะการเคลื่อนไหวคล่องแคล่วปราดเปรียว ทั้งสวยทั้งเท่จนทำให้หัวใจผู้คนเต้นระรัว ขณะเดียวกันก็สะกดให้คนรอบข้างตะลึงจนสีหน้าแข็งค้าง
“แปะ ๆ ๆ—”
ซุนเหวินฮ่าวปรบมืออย่างตื่นเต้น สีหน้าฮึกเหิม
“เชี่ย! คุณอาสะใภ้ เท่มากเลย!”
เซี่ยหลานจือเองก็ตะลึงกับท่าทางเท่ ๆ ที่ฉินซูแสดงออกมาอย่างกะทันหัน ใบหน้าหล่อเหลาชะงักค้าง แววประหลาดใจในดวงตาถูกขนตาหนาเข้มบดบังไปครึ่งหนึ่ง
เซี่ยหลานจือยื่นมือออกไปโดยไม่รู้ตัว ประคองเอวด้านหลังของฉินซูไว้ ก่อนรวบเธอเข้ามาในอ้อมแขนอย่างมั่นคง แล้วหยิบปืนออกจากมือเธอ พลางตบหลังเบา ๆ ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“อาซู คุณตกใจเกินไปแล้ว นี่เป็นแค่ปืนเปล่า”
“...” ฉินซู
เธอก้มมองปืนในมือเซี่ยหลานจือ นึกถึงสัมผัสเมื่อครู่แล้วก็พบว่าน้ำหนักมันผิดปกติจริง ๆ
เด็กหนุ่มที่เพิ่งถูกปืนจ่อหน้าผากเมื่อครู่นึกขึ้นได้ว่าข้างในไม่ได้ใส่ซองกระสุน
เขายกมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผากเงียบ ๆ “ตกใจแทบตาย!”
ซุนเหวินฮ่าวเดินเข้าไปโอบไหล่เด็กหนุ่มแล้วถามว่า “นายอายุเท่าไร?”
เด็กหนุ่มยังขวัญเสียไม่หาย “17 แล้ว”
ซุนเหวินฮ่าวเลิกคิ้ว “งั้นนายก็ต้องเรียกคุณอาสะใภ้เหมือนกัน”
เด็กหนุ่มมองเขาด้วยสายตาดูแคลน “อาวุโสกว่ากันตามลำดับญาติ ฉันเรียกพี่สะใภ้เล็ก ส่วนนายต้องเรียกฉันว่าอาเล็กต่างหาก—”
ซุนเหวินฮ่าวหน้าเขียวคล้ำ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงเค้นคำออกมาได้คำเดียว “...ไสหัวไป!”
“อย่าคิดว่าเป็นหลานชายสายตรงของตระกูลซุนแล้วฉันจะไม่กล้าซัดนาย!”
“เข้ามาสิ มาต่อยฉันเลย! ขนยังขึ้นไม่ครบ จะต่อยเป็นหรือไง?”
“นะ...นายก็แก่กว่าฉันแค่ปีเดียว ขนนายขึ้นครบแล้วหรือไง?!”
