“กำลังทำอะไรอยู่? ท้องไม่สบายหรือ?”
ในขณะที่ฉินซูกุมท้องน้อยด้วยมือ ใบหน้าเริ่มใช้ความคิด เสียงของเซี่ยหลานจือก็ดังขึ้น
นางเงยหน้ามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเตียง สีหน้าประหลาดใจถามขึ้น “คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
อามู่ถีไม่รู้ว่าไปตั้งแต่ตอนไหน
เขาหนีไปไวจริง ๆ ทิ้งข้าวของตกแต่งสีสันสดใสไว้เต็มพื้น
“เพิ่งเข้ามาในห้องก็เห็นคุณเหม่อลอย” เซี่ยหลานจือนั่งลงที่ขอบเตียง ยื่นมือไปเกล้าเส้นผมบนใบหน้าของฉินซูไปไว้หลังหู
เขาถามอีกครั้ง “ทำไมถึงกุมท้อง? ไม่สบายหรือเปล่า?”
ดวงตาคมเข้มที่แฝงไว้ด้วยความกังวล จ้องมองมือเล็กของฉินซูที่กุมท้อง
ฉินซูตอบด้วยความเขินอาย “...อิ่มเกินไป ยังย่อยไม่หมด”
นางมองผ้าแดงบนพื้น คิ้วขมวดเล็กน้อย แล้วจับมือเซี่ยหลานจือไปวางบนท้อง
“คุณช่วยนวดให้หน่อยสิ”
เพราะยังไงคืนนี้ก็ต้องนอนด้วยกัน งั้นให้ร่างกายคุ้นเคยกับการสัมผัสเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า
สีหน้าของเซี่ยหลานจือนิ่งค้างไปชั่วขณะ
แต่เขาก็ตั้งสติได้เร็ว ร้องตอบ “ได้——”
มือที่ดูมีกระดูกชัดเจน ขยับตามความเคยชิน ฝ่ามือวาดวงกลมนวดลงบนท้องของฉินซู
สองวันมานี้ ทุกตารางนิ้วของร่างกายอันอ่อนนุ่มของฉินซู เซี่ยหลานจูรู้จักหมดแล้ว
ถึงแม้จะเป็นตำแหน่งที่ลับสุดอะไร ฝ่ามือของเขาก็ไม่เคยพลาด
ดังนั้น ท่าทางการสัมผัสของเขาจึงคล่องแคล่วเป็นพิเศษ
ตอนแรกฉินซูยังเกร็งอยู่บ้าง แต่ก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ใบหน้าเริ่มมีท่าทีสุขสบาย
นางเหมือนกับแมวหยิ่ง ๆ ที่อิ่มหนำสำราญ ตัวอ่อนระทยานไปทั้งตัว
สายตาของเซี่ยหลานจือมองดูฉินซูด้วยความสงบ เห็นสีหน้าเต็มไปด้วยความพอใจของนาง หัวใจของเขาก็อ่อนยวบยาบลงไปหมด
ในตอนที่ฉินซูหลับตาลงครึ่งหนึ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไป
นิ้วมือที่งอเล็กน้อย ลูบไล้อย่างระมัดระวังบนแก้มที่เนียนนุ่มราวกับไข่ต้มที่ปอกเปลือกแล้ว
ฉินซูสะดุ้งทั้งตัว ร่างกายสั่นเทิ้มโดยไม่รู้ตัว ดวงตาที่เคยหลับครึ่งหนึ่งปิดสนิทลง
เซี่ยหลานจือเห็นภาพนี้ รอยยิ้มที่มุมปากก็ยิ่งอ่อนโยนขึ้น
ฉินซูกำลังยอมรับการกระทำของเขาอยู่
นี่หมายความว่าการเตรียมการของเขาในคืนนี้จะสำเร็จสมปรารถนา
