“อ๊า! ฆ่าคนแล้ว! ช่วยด้วย!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องไปทั่วเขตบ้านพักขนาดใหญ่
ฉินซูที่หลบอยู่หลังแปลงดอกไม้ฟังออกทันทีว่าเป็นเสียงของฉินเป่าจู
คิ้วเรียวขมวดแน่น เธอมองเซี่ยหลานจือที่สีหน้าเหี้ยมเกรียมแต่ท่าทางสุขุม เขายังคงยิงปืนไม่หยุด
“อ๊า—!”
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้มาช่วยฉันที!”
เสียงร้องโหยหวนของฉินเป่าจูดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย จนเสียงแหบพร่า
คุณนายเซี่ยเดินออกมาจากหลังแปลงดอกไม้ สีหน้าสงบนิ่งพลางบอกฉินซูว่า “ไม่เป็นไร เป็นหลานจือเอง เธอไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันจะเข้าไปดูพ่อเซี่ยหน่อย”
ดูเหมือนเธอจะไม่กังวลว่าจะเกิดเรื่องเลยแม้แต่น้อย พูดจบก็หันหลังเดินจากไปอย่างเร่งรีบ
ฉินซูเดินไปถึงรั้วเหล็กดัดฉลุลาย มองเซี่ยหลานจือที่ยืนอยู่ในลานบ้านตระกูลหยาง ใบหน้ามืดครึ้มราวกับหมึก
ฉินเป่าจูยังคงร้องโวยวาย คุกเข่าคลานไปมาเพื่อหลบกระสุน
ใบหน้าของเธอเปื้อนเลือดจนมองไม่เห็นเค้าเดิม
“ปัง!”
เซี่ยหลานจือที่สีหน้ามืดมนเหนี่ยวไกอีกครั้ง
ฉินซูเห็นกับตาว่ากระสุนทะลุผ่านเสื้อผ้าของฉินเป่าจูไป
เพียงไม่กี่วินาที เลือดสีแดงสดก็ซึมออกมาตรงขอบเสื้อที่ขาด
ฉินซูมองภาพตรงหน้าจนตาค้าง
ฝีมือยิงปืนของเซี่ยหลานจือนั้นยอดเยี่ยม แต่เห็นชัดว่าเขากำลังใช้ฉินเป่าจูเป็นเป้ายิงมีชีวิต
กระสุนทุกนัดพลาดเป้าสำคัญ แต่กลับทิ้งรอยถากไว้บนร่างของฉินเป่าจูอย่างจัง
วิธีนี้ช่างโหดร้ายเหลือเกิน
“ปัง!”
“อ๊าาา! ช่วยด้วย!”
ฟังเสียงร้องครวญครางอย่างน่าเวทนาของฉินเป่าจูสิ ราวกับหมูถูกเชือดไม่มีผิด
หลังยิงกระสุนจนหมด เซี่ยหลานจือก็เดินไปหยุดตรงหน้าฉินเป่าจูที่บาดเจ็บทั่วร่าง ดวงตาดำเย็นชาไร้ความปรานีก้มมองเธอจากเบื้องบน
“เธอควรขอบคุณที่วันนี้พ่อฉันไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้นกระสุนก่อนหน้านี้คงทะลุร่างเธอไปแล้ว”
ฉินเป่าจูนอนหมอบอยู่บนพื้น ตัวสั่นงันงก ขดตัวเข้าหากัน
“ฉะ...ฉันไม่กล้าอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ”
เธอกลัวจริง ๆ จนตัวสั่นไปหมด น้ำเสียงสะอื้นพร่าจนสั่นเครือ
เซี่ยหลานจือยกมุมปากเยาะเย้ย “ไสหัวออกจากเขตบ้านพักเดี๋ยวนี้ อย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีก!”
พอได้ยินเช่นนั้น ฉินเป่าจูที่คุกเข่าหมอบอยู่บนพื้นก็ชะงักค้างไปทั้งตัว
