“โครม!”
เซี่ยหลานจือเพิ่งแหวกม่านหน้าต่าง เสียงกระแทกจากด้านนอกก็ดังขึ้น
เขาเปิดหน้าต่าง มองเห็นเงาคนกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงระเบียงเล็กด้านนอก
เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง
เธอกอดเข่า ซ่อนใบหน้าทั้งหมดเอาไว้
ฟ้ามืดมาก เซี่ยหลานจือจึงมองไม่ชัด เขาหยิบผ้าขนหนูที่พาดอยู่บนไหล่ขึ้นมาแล้วเหวี่ยงออกไปทันที
“กรี๊ด!”
ฉินเป่าจูที่นั่งยองอยู่บนพื้นส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ
ฉินซูสวมเสื้อคลุมเดินมา พอได้ยินเสียงก็รู้ว่าเป็นฉินเป่าจู
เซี่ยหลานจือชะงักไปเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาจำเสียงได้แล้ว
ดวงตาคู่งามกระจ่างใสของฉินซูวาบประกาย เธอแย่งผ้าขนหนูจากมือเซี่ยหลานจือ แล้วเหวี่ยงฟาดคนที่นั่งยองอยู่บนระเบียงเล็กผ่านหน้าต่าง
“ที่รัก! มีขโมย!”
“อ๊า! เร็วเข้า! มาช่วยตีเธอเร็ว!”
“ที่รัก! ฉันกลัวจัง น่ากลัวเหลือเกิน...”
ฉินซูแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าคนข้างนอกเป็นใคร พลางร้องด้วยความตื่นกลัวไปด้วย ฟาดผ้าขนหนูใส่หัวฉินเป่าจูไม่ยั้ง
ผ้าขนหนูฟาดร่างคนติด ๆ กันก็เจ็บไม่น้อยแล้ว
ยิ่งฉินซูฟาดได้อย่างแม่นยำ จนเกือบทำให้ฉินเป่าจูสลบไป
เซี่ยหลานจือมองฉินซูกระโดดโลดเต้น ฟาดคนไปพลางยิ้มแฉ่งไปพลาง ใบหน้าสง่างามสุภาพเผยรอยยิ้มเอ็นดู
“พอได้แล้ว!”
ฉินเป่าจูทนไม่ไหวอีกต่อไป ดวงตาพร่าเห็นดาว เธอลุกขึ้นพรวดเดียวแล้วแย่งผ้าขนหนูจากมือฉินซู
ร่างเธอโซเซ ก่อนตวาดอย่างเดือดดาลว่า “ฉันเป็นน้องสาวเธอนะ!”
ฉินซูมองใบหน้าที่บวมเหมือนหัวหมูของเธอ มุมปากกระตุกอย่างห้ามไม่อยู่
หยางอวิ๋นชวนทำร้ายฉินเป่าจูหรือไง?
ชาติที่แล้วอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ทำไมเธอถึงไม่เคยรู้เลยว่าไอ้สารเลวนั่นมีรสนิยมแบบนี้ด้วย
ฉินซูหันกลับไปซุกอกเซี่ยหลานจือ พูดด้วยน้ำเสียงหวาดผวาว่า “น่ากลัวมาก มีผีผู้หญิงหน้าตาอัปลักษณ์อยู่ด้วย!”
ร่างอรชรของเธอสั่นระริก ราวกับกลัวจนแทบแย่
แต่ที่จริงฉินซูกำลังกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น
ฉินเป่าจูที่ยืนอยู่บนระเบียงเล็กได้ยินคำพูดของฉินซู สีหน้าบิดเบี้ยวราวกับปีศาจร้าย
“ฉินซู! ฉันฉินเป่าจู!”
ฉินซูหัวเราะจนแทบเป็นลม พลางคิดในใจว่า ฉันรู้น่าว่าเธอเป็นหมู
หน้าบวมขนาดนั้น
เอาไปวางบนโต๊ะไหว้ได้สบายเลย
