ตอนเซี่ยหลานจือก้มหน้าลง ฉินซูก็หลับตาพริ้ม ขนตายาวงอนสั่นไหวแผ่วเบา
เธอดูคล้ายกำลังตั้งตารอ แต่ก็เหมือนจะประหม่าอยู่ด้วย
มือใหญ่ที่โอบเอวฉินซูออกแรงกระชับขึ้นเล็กน้อย
เซี่ยหลานจือหมุนตัวฉินซูให้หันมา ร่างทั้งร่างของเธอจึงถลาเข้าหาแผงอกของชายหนุ่ม ก่อนจะถูกเขากอดไว้ในท่วงท่าที่ราวกับครอบครองเธอไว้ทั้งตัว
ฉินซูเบิกตาขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาสง่างามของเซี่ยหลานจือ ซึ่งมีรูปหน้าคมชัดและดวงตาลุ่มลึก อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม
สันจมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่มเต็มยกโค้งเล็กน้อย แสงแดดที่สาดส่องอาบไล้ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขา หล่อจนหัวใจคนมองเต้นไม่เป็นจังหวะ
ฉินซูสัมผัสได้อย่างใกล้ชิดถึงเสน่ห์ชวนสะกดใจที่แผ่ออกมาจากเซี่ยหลานจือ ชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและความมั่นใจ
เขาเย็นชาและสำรวม ราวกับเทพผู้ไม่แสดงอารมณ์ แต่กลับชวนให้คนตกลงไปในอ้อมแขนของเขา
ขณะที่ฉินซูกำลังใจลอย แววขบขันก็วาบผ่านดวงตาลุ่มลึกของเซี่ยหลานจือ เขาก้มลงจุ๊บหน้าผากเธอเบา ๆ
“ไม่ต้องกลัวนะ ผมแค่อยากกอดคุณ”
หากไม่ใช่เพราะเรื่องที่เขาต้องไปทำต่ออาจทำให้ฉินซูกลัว เขาคงอยากพาเธอไปด้วยแล้ว
เซี่ยหลานจือยิ่งรู้สึกว่าฉินซูคอยยั่วเย้าทั้งกายและใจของเขาอยู่ตลอดเวลา
ริมฝีปากนุ่มนิ่ม เอวบางอ่อนละมุน ร่างอวบอิ่มเย้ายวนที่มีเสน่ห์ติดตัวมาแต่กำเนิด
ทุกส่วนของเธอแผ่เสน่ห์เย้ายวนและความงามชวนหลงใหลออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
ทั้งคล้ายดอกเหมยขาวที่งามสง่าเย็นชา และคล้ายนางปีศาจที่งดงามเย้ายวน
ฉินซูสบตากับดวงตาคมชัดของชายหนุ่ม แล้วมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาดำขลับที่แฝงรอยยิ้มสบาย ๆ
ริมฝีปากแดงระเรื่อของเธอเม้มงอน น้ำเสียงออดอ้อนแกมงอแง “กอดก็กอดสิ ทำไมถึงขยับปากมาด้วยล่ะ!”
พูดจบ เธอก็ยกมือดันแผงอกแข็งแรงของเซี่ยหลานจือ
“โครม!”
กะละมังเคลือบบนโต๊ะถูกชนตกลงพื้น ส่งเสียงดังแสบแก้วหู
ฉินซูสะดุ้งตกใจ ก่อนจะโผเข้าหาแผงอกกว้างที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยของเซี่ยหลานจือ
กลิ่นอายเย็นสดชื่นของชายหนุ่มอบอวลอยู่ใต้จมูกเธอ
เซี่ยหลานจือเองก็ขยับตัวรวดเร็ว เขากระชับเอวบางในอ้อมแขน อุ้มเธอขึ้นหมุนตัวหลบกะละมังที่ยังแกว่งไกวอยู่บนพื้น
