เสียงอามู่ถีดังมาจากด้านนอกด้วยความร้อนรน น้ำเสียงก็ดังมาก
ทันทีที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น เซี่ยหลานจือก็ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบเผยแววเย็นเยียบ
ฉินซูนอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของเซี่ยหลานจือ แขนพาดเอวเขาไว้ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
เธอขยี้ตาพลางถามด้วยเสียงอ่อนหวานงึมงำว่า “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน ฉันออกไปดูข้างนอกก่อนนะ”
เซี่ยหลานจือเปิดผ้าห่ม ลุกลงจากเตียง ก่อนออกไปยังช่วยจัดขอบผ้าห่มให้ฉินซู
หลังเขาออกไป ฉินซูก็ลุกขึ้นเช่นกัน เธอหยิบเสื้อเชิ้ตผู้ชายที่พาดอยู่บนเก้าอี้มาคลุมไหล่ลวก ๆ
“พี่หลาน เกิดเรื่องในเขาแล้ว มีทหารกองร้อยสองบาดเจ็บหลายคน ถูกหามส่งมาที่สถานีอนามัย”
“เป็นพวกของอ่างถัว พวกมันพกดินระเบิดจำนวนมาก แถมแต่ละคนยังมีอาวุธคนละชิ้น”
“ผู้บังคับการลวี่สั่งให้พี่รีบไปเดี๋ยวนี้ วันนี้ต้องเข้าร่วมปฏิบัติการด้วย คนอื่น ๆ ก็เรียกมารวมตัวกันหมดแล้ว พร้อมออกเดินทางได้ทุกเมื่อ”
ฉินซูเพิ่งเดินออกจากห้องนอน ก็ได้ยินอามู่ถีพูดรวดเร็วปรื๋อเช่นนั้น
อ่างถัวงั้นเหรอ?
เธอยืนนิ่งงันอยู่กับที่ แสงวาบหนึ่งพลันแล่นผ่านสมอง
ที่แท้ก็เป็นเขา!
ตัวการที่ทำให้หลางเย่กับพวกพ่ายแพ้ย่อยยับทั้งกอง
เซี่ยหลานจือหยิบชุดปฏิบัติการจากตู้เสื้อผ้าในห้องรับแขก พลางสวมเสื้อผ้าไปด้วยและพูดอย่างสงบนิ่งว่า
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ นายไปดูทางสถานีอนามัยหน่อย ถ้าอาการหนักมาก ก็เชิญฉินซูไปช่วย”
เขาไม่เคยลืมว่าฝีมือการรักษาของฉินซูเก่งกาจเพียงใด
หากทหารเหล่านั้นอาการสาหัส บางทีเธออาจช่วยชีวิตพวกเขาไว้ได้
“ไม่ต้องแล้วค่ะ ฉันไปดูเองตอนนี้เลย”
ฉินซูเดินไปถึงห้องรับแขก ยืนอยู่ข้างเซี่ยหลานจือ มองเขาราวกับอยากพูดอะไรแต่ก็ลังเล
แววซาบซึ้งที่เซี่ยหลานจือเก็บซ่อนไว้ในดวงตาเผยออกมา เขาพูดเสียงอ่อนโยนว่า “ลำบากคุณแล้ว”
เดิมทีฉินซูตั้งใจว่าพอฟ้าสางจะไปหยั่งเชิงฉินเจาเถียว หากไม่ได้ผลจริง ๆ ก็จะไปติดต่อชู้ของอีกฝ่าย เพื่อหาหลักฐานที่ชัดเจน
แต่เรื่องกลับเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป
ชาติที่แล้ว เซี่ยหลานจือป่วยหนักนอนติดเตียง สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว ไม่มีทางเข้าร่วมการรบได้
