เซี่ยหลานกับฉินซูได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอก จึงเดินออกไปพร้อมกัน
ฉินซูไม่ได้มองทาง สะดุดม้านั่งที่อยู่ใต้เท้าจนเกือบล้ม
เซี่ยหลานจือที่ตามหลังมาเพียงก้าวเดียวรีบยื่นมือไปประคองเอวคอดของฉินซูอย่างว่องไว
ทว่าเธอเอนตัวไปด้านหลังเร็วเกินไป เอวอ่อนนุ่มจึงเฉียดผ่านมือเรียวยาวแข็งแรง ก่อนจะพุ่งเข้าไปกระแทกอ้อมอกของเซี่ยหลานจือตรง ๆ
“ซี้ด!”
เสียงสูดปากด้วยความเจ็บปวดดังมาจากเหนือศีรษะของฉินซู
ไม่รู้ว่าเธอสังเกตเห็นอะไรเข้า ทั้งร่างถึงกับดีดผึง รีบผละออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม
ดวงตาคู่งามของฉินซูเลื่อนลงมอง เห็นท่ายืนเก้ ๆ กัง ๆ ของเซี่ยหลานจือ
ใบหน้าของฉินซูร้อนผ่าว ดวงตาหวานฉ่ำราวกับมีประกายแห่งฤดูใบไม้ผลิ เธอนิ่งอึ้งพูดไม่ออก
ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอจึงเอ่ยเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินว่า “ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ!”
ถึงร่างกายของฉินซูจะอ่อนนุ่ม แต่แรงกระแทกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันก็ทำให้เซี่ยหลานจือเจ็บตัวอยู่ไม่น้อย
อย่างไรเสีย เขาก็เกิดมาพร้อมข้อได้เปรียบเหนือคนอื่น แถมยังโดดเด่นเกินไปด้วย
สีหน้าของเซี่ยหลานจือกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขาปลอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่เป็นไร ไม่เจ็บแล้ว”
ท่าทีเปิดเผยของเขากลับทำให้ฉินซูอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
ชาติก่อน ฉินซูเป็นหมอมาทั้งชีวิต เคยรักษาคนไข้ที่มีปัญหาสมรรถภาพร้ายแรงมามากมาย ร่างกายของคนเหล่านั้น รวมถึงจุดที่ไม่อาจเอ่ยถึง เธอก็เคยเห็นมาแล้ว
มีเพียงของเซี่ยหลานจือเท่านั้นที่ทำให้เธอตกใจจนขวัญผวา
ฉินซูอยากถามเซี่ยหลานจือจริง ๆ ว่าเขากินอะไรถึงโตมาได้ขนาดนี้
เมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มไม่เจ็บปวดแล้ว ฉินซูก็พูดเสียงเบาว่า “ฉันออกไปก่อนนะ!”
เซี่ยหลานจือตามเธอไปติด ๆ ทั้งสองเพิ่งเดินออกมาก็ชนเข้ากับหลางเย่ที่พุ่งเข้ามาในห้องรับแขก
“ผู้บังคับการกรมเซี่ย พ่อแม่ของรองผู้บังคับกองร้อยเจ้าโยวเฉียงมาถึงแล้วครับ!”
หลางเย่เหงื่อท่วมตัว แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ราวกับพ่อแม่ของเจ้าโยวเฉียงเป็นสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินคน
เซี่ยหลานจือขมวดคิ้วเล็กน้อย ถามเสียงเข้มว่า “มาก็มาแล้ว จะตื่นตูมอะไรนักหนา!”
