น้ำเสียงของเซี่ยหลานจือต่ำลึก แฝงความหมายชวนยั่วยวน ดวงตาลึกล้ำเปล่งประกายร้อนแรง
ให้เรียกพี่หลานงั้นหรือ?
ฉินซูเม้มปากแน่น สายตาเริ่มหลบเลี่ยง
เธออึกอักตอบว่า “ฉันถามเรื่องที่คุณอุ้มฉันเมื่อกี้ต่างหาก”
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ชั้นล่าง ที่เธอเผลอเรียกพี่หลานออกมา ก็เพราะได้ยินอามู่ถีเรียกจนชินหู
ฉินซูจะรู้ได้อย่างไรว่าคำว่าพี่หลานเพียงคำเดียวจะมีอานุภาพต่อเซี่ยหลานจือขนาดนี้
เซี่ยหลานจือโน้มตัวเข้ามาใกล้ใบหูของฉินซู น้ำเสียงทุ้มต่ำชวนให้ใจสั่น
“อาซู เรียกพี่หลานอีกสักครั้งสิ”
แก้มของฉินซูแต้มสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ยิ่งทำให้เธอดูน่ารักอ่อนหวานชวนมอง
เธอหันหน้าไปเล็กน้อย ไม่กล้าสบตาเซี่ยหลานจือตรง ๆ ทว่ากลับเผยเสน่ห์เย้ายวนออกมาโดยไม่รู้ตัว จนชวนให้คนอยากดึงเธอเข้ามากอดแล้วทะนุถนอมให้เต็มที่
แววตาร้อนแรงของเซี่ยหลานจือไหววูบด้วยอารมณ์ซับซ้อน ความอดกลั้น และความปรารถนาเล็กน้อย
เขาไม่ยอมปล่อยผ่าน ใช้นิ้วประคองปลายคางเล็กได้รูปของฉินซูให้หันกลับมา
“เรียกพี่สักคำได้ไหม หืม?”
ชายหนุ่มลากเสียงท้ายอย่างเกียจคร้าน คำว่า “หืม” เอ่ยถามด้วยเสียงขึ้นจมูก ทั้งเซ็กซี่และชวนใจเต้น
หัวใจของฉินซูเต้นเร็วขึ้น ลมหายใจก็ถี่กระชั้น
แต่เธอยังคงเม้มปากแน่น ไม่อาจเอ่ยคำว่าพี่หลานออกมาได้
ตอนอยู่ชั้นล่าง เธอแค่เรียกออกไปตามสบาย จึงไม่ได้รู้สึกอะไร
แต่พอถูกเซี่ยหลานจือขู่ทั้งล่อทั้งบังคับแบบนี้ เธอกลับรู้สึกแปลก ๆ
พอจะเอ่ยออกมาจริง ๆ ก็ทำให้เธอรู้สึกอับอายขึ้นมา
เมื่อเห็นว่าฉินซูช่างหวงคำพูดเสียเหลือเกิน ต่อให้เขาเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่ยอมอ้าปาก เซี่ยหลานจือก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
แววตาเย็นชาและกดดันของเขาปรากฏแววหยอกเย้า ก่อนจะนั่งลงข้างฉินซูแล้วโอบเอวบางที่แทบจะรวบไว้ได้ด้วยมือเดียว
มือของเขาลูบแอ่งเอวเล็กน่ารักผ่านเสื้อผ้า
เซี่ยหลานจือถามเสียงแหบพร่า “อาซู ไม่ยอมเรียกจริง ๆ เหรอ?”
ร่างของฉินซูแข็งทื่อทันที ราวกับถูกสะกดให้หยุดนิ่ง ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ
ร้ายกาจชะมัด!
เซี่ยหลานจือถึงกับเอาจุดอ่อนของเธอมาข่มขู่!
ฉินซูรู้ดีว่าเพียงชายหนุ่มกดลงเบา ๆ ร่างกายพิเศษของเธอก็จะอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจ
