“!” ฉินซูมีสีหน้าตกตะลึง ดวงตาคู่งามเบิกกว้างเล็กน้อย
นี่สินะที่เรียกว่ากรรมตามสนอง
ชาติที่แล้ว หลางเย่เป็นคนทำลายอนาคตของเด็กสองคนด้วยมือตัวเอง
ชาตินี้ หลางเย่หลุดพ้นจากเส้นทางอันน่าเศร้าที่ถูกกำหนดไว้ จึงไม่มีเหตุผลให้ลงมืออีก
เด็กเหลือขอสองคนที่ทำแต่เรื่องเลวร้ายมาตั้งแต่เล็ก ก็ยังหนีชะตากรรมที่ต้องกลายเป็นคนไร้สมรรถภาพไม่พ้น
ฉินซูเผลอมองไปทางที่หลางเย่จากไปอีกครั้ง
แม้ตรงนั้นจะไม่มีใครอยู่แล้ว แต่เธอก็ยังละสายตาไปไม่ได้อยู่นาน
ภาพนี้อยู่ในสายตาของเซี่ยหลานจือกับอามู่ถี
สีหน้าของทั้งคู่แทบจะแข็งค้าง
เซี่ยหลานจือเพิ่งตระหนักว่าฉินซูใส่ใจหลางเย่มากจริง ๆ ความรู้สึกเหมือนมีภัยคุกคามพลันผุดขึ้นในใจ
ส่วนอามู่ถีกลับเป็นห่วงฉินซูแทน
พี่สะใภ้คิดจะนอกใจพี่หลานต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นหรือ
ไม่ดีแล้วสิ!
เขาควรจุดธูปไว้อาลัยให้ฉินซูสักดอกไหมนะ
“น่ามองขนาดนั้นเลยหรือ จะตามไปไหม”
มืออุ่นร้อนข้างหนึ่งบีบปลายคางเรียวเล็กของฉินซู
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชาของชายหนุ่มแฝงความเย็นเยียบและไม่พอใจที่ยากจะสังเกตเห็น
ฉินซูเงยหน้าขึ้น ก็สบเข้ากับดวงตาลึกล้ำอันตรายของเซี่ยหลานจือ
ยามเขาจดจ้องใครสักคนอย่างตั้งใจ ต่อให้แววตาดุดันเพียงใด ก็ยังมองเห็นความลึกซึ้งเจืออยู่หลายส่วน
หัวใจของฉินซูชักไม่รักดี เริ่มเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้
เธอลืมคำถามของชายหนุ่มไปเสียสนิท
ในหัวใจและดวงตา มีแต่ใบหน้าหล่อเหลาของเซี่ยหลานจือที่ชวนให้บ้านเมืองล่มสลาย กับคิ้วตาอ่อนโยนที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเขามีใจให้
เซี่ยหลานจือมองเห็นความตื่นตะลึงและเหม่อลอยในดวงตาของฉินซูอย่างชัดเจน ความไม่พอใจในใจก็สลายไปไม่น้อย
ปลายนิ้วหยาบกร้านของเซี่ยหลานจือลูบไล้ผิวเนียนละเอียดตรงปลายคางของฉินซูแผ่วเบา
ท่าทีสนิทสนมคลุมเครือทำให้แก้มของฉินซูแดงระเรื่อ
แม้แต่ใบหูก็ยังแต้มสีชมพูอ่อนชวนเย้ายวน
“คนมองกันตั้งเยอะนะ”
ฉินซูกระแอมเบา ๆ กลบเกลื่อน ก่อนจะดึงมือเซี่ยหลานจือลง
เธอรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ จึงเบนสายตาไปอย่างลนลาน มองไปยังที่แห่งหนึ่ง
สิ่งที่ฉินซูมองอยู่คือทิศทางที่หลางเย่จากไป
ดวงตาดำขลับของเซี่ยหลานจือที่ค่อย ๆ อ่อนโยนลง พลันถูกความเย็นเยียบเข้าครอบงำ
