เปลี่ยนไปที่อื่นหรือ?
ฉินซูทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก
เธอบอกว่าไม่ได้ตั้งใจไปโดนเข้า เซี่ยหลานจือจะเชื่อไหมนะ?
เซี่ยหลานจือโน้มตัวเข้าใกล้ฉินซูที่กำลังหน้าแดง ก่อนจะจุมพิตเบา ๆ ตรงหางตาที่แดงระเรื่อของเธอ
เสียงแหบพร่าดังขึ้นตามมา “อย่าร้องสิ ไม่อย่างนั้นแม่ตื่นขึ้นมาแล้วจะคิดว่าผมรังแกคุณ”
ฉินซูที่กำลังถูกอีกฝ่ายรังแกสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าหัวใจของชายหนุ่มใต้ฝ่ามือเต้นถี่รัว
ราวกับมีลูกอมกระโดดได้กำลังดิ้นขลุกขลักอยู่กลางฝ่ามือเธอ
ความจริงแล้ว ยังมีสิ่งที่ทำให้ฉินซูกระอักกระอ่วนยิ่งกว่านั้นอีก
มันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากห้วงหลับใหลเพราะการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจของเธอ
ฉินซูพยายามชักมือกลับ แต่เซี่ยหลานจือก็กดมือเธอไว้ผ่านเสื้อผ้าอีกครั้ง
เธอเหลือบมองชายหนุ่มอย่างระมัดระวัง ก่อนเอ่ยเสียงออดอ้อนแผ่วเบา
“อย่าทำแบบนี้สิ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
เธอแค่อยากสำรวจรูปร่างที่สมบูรณ์แบบเกินไปของเซี่ยหลานจือ เพื่อเก็บข้อมูลสัดส่วนทางกายวิภาคอย่างละเอียด
ก็เหมือนตอนเรียนวิชาชันสูตร หากพบอาจารย์ใหญ่ร่างหนึ่งที่มีสัดส่วนทองคำ ก็อดไม่ได้ที่จะอยากผ่าศึกษา
เซี่ยหลานจือใช้นิ้วบีบปลายคางเล็ก ๆ ของฉินซูให้เงยขึ้น สบตาคู่งามที่ฉ่ำวาวราวกับมีม่านหมอกปกคลุม
เขาคิดว่าฉินซูกำลังเขิน จึงจุมพิตดวงตาที่ชื้นวาวของเธอเบา ๆ
ชายหนุ่มพึมพำว่า “ไม่ต้องเขิน วันนี้ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก”
หัวใจฉินซูสะดุ้งวูบ ขนตางอนสั่นไหว ใบหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“ฉันยังคิดไม่ตกเลย คุณใจเย็นก่อนนะ”
ดูจากท่าทีของเซี่ยหลานจือแล้ว ราวกับเธอพยักหน้าตกลงมีอะไรกับเขาไปแล้วอย่างนั้น
ทั้งที่เรื่องนี้เธอยังอยู่ระหว่างตัดสินใจแท้ ๆ!
เซี่ยหลานจือหัวเราะเสียงต่ำขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาโอบเอวฉินซูไว้แล้วรั้งเธอเข้าหาแผงอกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายฮอร์โมนเข้มข้น
ทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว รู้จักร่างกายของกันและกันเป็นอย่างดี
