“ปัง——!”
เสียงดอกไม้ไฟหลากสีสันสว่างเจิดจ้าปะทุขึ้น กลบเสียงกระซิบคลอเคลียกันในห้องจนมิด
“อาซูทำไมถึงเขินอยู่เรื่อยเลย?”
เซี่ยหลานจือจูบติ่งหูของฉินซูเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยน ทุ้มต่ำชวนใจสั่น
ฉินซูเงยดวงตางามฉ่ำเยิ้มขึ้น ก่อนจะถลึงตามองชายหนุ่มที่มีสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มอย่างขุ่นเขิน
เมื่อครู่นี้เธอเกือบหมดสติไปแล้ว ผู้ชายตรงหน้านี่แหละคือตัวการ
ฉินซูแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน พอนึกถึงเรื่องน่าอายที่ร้องไห้เมื่อครู่...
เธอก็หยิกอีกฝ่ายอย่างเอาคืน
“ซี๊ด——!”
เซี่ยหลานจือสูดปากด้วยความเจ็บ
“อาซู นี่คิดจะฆ่าสามีตัวเองหรือไง? หยิกแรงขนาดนี้เชียว?”
ฉินซูยกมุมปากแดงระเรื่อ น้ำเสียงออดอ้อนเอ่ยอย่างแง่งอนว่า “ครั้งนี้ครั้งเดียว คราวหน้าอย่าทำอีก ไม่อย่างนั้นเราจะแยกห้องนอนกันจริง ๆ แล้วนะ”
“……” ดวงตาของเซี่ยหลานจือหม่นมืดลง
ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏแววขบขัน น้ำเสียงหนักแน่นชัดถ้อยชัดคำ “ฝันไปเถอะ!”
แยกห้องนอนกันหรือ?
ชาตินี้ไม่มีทาง!
มีภรรยาตัวหอมนุ่มนิ่มให้อุ้มไว้ช่างสบายแค่ไหน คืนยาวนานเช่นนี้ เขาไม่ยอมอยู่ห้องคนเดียวหรอก
ฉินซบอยู่บนอกชายหนุ่ม ริมฝีปากแดงขยับเอ่ย “ต่อไปก็ทำตัวดี ๆ หน่อย”
เซี่ยหลานจือหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ น้ำเสียงแหบพร่าชวนหลงใหล “อาซู ลองมองออกไปนอกหน้าต่างสิ ดอกไม้ไฟสวยไหม?”
จิตใจของฉินซูจดจ่ออยู่กับชายหนุ่มทั้งดวง ยังจะมีแก่ใจไปดูดอกไม้ไฟนอกหน้าต่างได้อย่างไร
เมื่อไม่ได้รับคำตอบ เซี่ยหลานจือก้มมอง เห็นเปลือกตาบนล่างของฉินซูแทบจะปิดสนิท ดูท่าจะหลับไปได้ทุกเมื่อ
เขารู้ว่าเธอเหนื่อยแล้ว
ยังถูกบังคับให้อยู่เป็นเพื่อนเขาอีก ช่างลำบากไม่น้อย
เซี่ยหลานจือคลายมือของฉินซู ก่อนโน้มตัวลงจูบแก้มเธอเบา ๆ
“เด็กดี พักเถอะ คุณเหนื่อยแล้ว”
แก้มของฉินซูแดงก่ำ เธอถามด้วยสีหน้าลังเล “แล้วคุณล่ะ?”
สายตาเธอเบนไปอีกทาง หัวใจเต้นสะดุดไปชั่วขณะ เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“จะไม่...” ไม่ทรมานหรือ?
“ปัง——!”
ดอกไม้ไฟนอกหน้าต่างสว่างวาบ กลบคำพูดสามคำสุดท้ายของเธอไปเสียหมด
เซี่ยหลานจือกุมมือฉินซูไว้ แล้วจูบหลังมือเธอ น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้า “มือของอาซูสวยมาก ดูแลดีเชียว ทั้งเล็กทั้งบอบบางเหมือนตัวคุณเลย”
