หยางเฉินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปด้านข้างอย่างไม่ตั้งใจ
ฉู่เหยาอิ๋งสังเกตเห็น
มุมปากของเธอค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ขาทั้งสองข้างไขว้กันเล็กน้อย
“สวยไหม?”
เสียงของเธอหวานใส กังวาลน่าฟัง
หยางเฉินได้สติ รีบเบือนสายตาหนีทันที
“ขอโทษครับคุณหนู”
ฉู่เหยาอิ๋งขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ก่อนจะถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันถามว่านายว่าสวยไหมเล่า~”
กลิ่นน้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์ลอยเข้าจมูก ทำให้หยางเฉินเสียอาการ
“สวยครับ”
เขาพยักหน้าเบาๆ ตอบตามความจริง
ฉู่เหยาอิ๋งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขาสวยขยับเบาๆ ก่อนจะถามด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “แล้ว… อยากลองจับดูไหม?”
ใบหน้าน่ารักกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่กลับมีเสน่ห์ยั่วยวนซ่อนอยู่
หยางเฉินฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ ในใจ
เด็กคนนี้ มันบ้าขนาดนี้เลยเหรอ?
“ไม่กล้าหรอกครับ”
เชอะ
ฉู่เหยาอิ๋งเบะปากเล็กน้อย ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะรถ
“ใจกล้าแต่ไม่กล้าทำ”
“ขับรถไป”
หยางเฉินสตาร์ทรถ
มุมปากของฉู่เหยาอิ๋งยังคงมีรอยยิ้มขี้เล่น
ตามคำสั่งของซูหย่า หยางเฉินเคยไปรับไปส่งเธอสองสามครั้ง เขาหน้าตาดี ซื่อสัตย์และซื่อตรง เธอเลยชอบแกล้งแหย่หยางเฉินเล่นมาก
ในสายตาของเธอ ไอ้หมาน้อยอย่างหยางเฉินน่ะน่าสนุกกว่าพวกหมาป้อในโรงเรียนเยอะ
แชะ
เปลวไฟลุกโชนขึ้น ฉู่เหยาอิ๋งจุดบุหรี่เส้นเล็ก
เธอหันหน้ามาเป่าควันใส่หยางเฉินเบาๆ ก่อนจะนึกสนุกยื่นบุหรี่ที่ตัวเองพึ่งสูบให้
“เอามั้ย?”
เธอถามพร้อมรอยยิ้ม
หยางเฉินเหลือบมองปลายบุหรี่ ก่อนส่ายหน้าเบาๆ
“ผมสูบบุหรี่ไม่เป็นครับ”
ฉู่เหยาอิ๋งขมวดคิ้วเล็กน้อย บ่นพึมพำ “ลูกผู้ชายทำไมไม่สูบบุหรี่?”
หยางเฉินเหงื่อตกเล็กน้อย ฝืนยิ้มแหยๆ
เขาไม่ค่อยได้เจอผู้หญิงในหมู่บ้าน ยิ่งเจอพวกที่รุกแรงขนาดนี้ด้วยแล้ว ทำให้เขาเองก็รับมือไม่ค่อยถูก
ดวงตาคู่สวยของฉู่เหยาอิ๋งจ้องมองหยางเฉินอย่างเงียบๆ
ทันใดนั้นเธอกลับสังเกตว่าหยางเฉินก็หล่อนะ แถมหุ่นก็… ดูดีไม่หยอก?
“เฮ้ย นายมีซิกแพคไหม?”
ในดวงตาคู่งามนั้นเต็มไปด้วยประกายประหลาดใจ
หยางเฉินยิ้มบางๆ ตอบว่า “มีครับ”
ตาของฉู่เหยาอิ๋งเป็นประกายทันที
“กี่ก้อน? ฉันขอลองจับหน่อย!”
สิ้นเสียง มือเล็กๆ ขาวนวลนั่นก็พุ่งไปที่หน้าท้องของหยางเฉินทันที
เฮ้ย!?
หยางเฉินตกใจ รีบหลบตามสัญชาตญาณ ทำให้พวงมาลัยสะบัด รถทั้งคันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“เฮ้ย!”
ฉู่เหยาอิ๋งคว้าราวจับโดยอัตโนมัติ
“นายจะตกใจอะไรนักหนา? ทำไมผู้ชายใหญ่ๆ แบบนายถึงขี้อายจัง?”
เธอถามพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ยิ่งรู้สึกว่ามันสนุก
ในเมื่อที่โรงเรียนก็มีแต่พวกหมาป้อที่ไม่เอาหน้าตัวเองเข้ามาใกล้ เลยคิดว่าผู้ชายแบบหยางเฉินมันแปลกใหม่ดี
หยางเฉินรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย
“คุณหนูครับ ชายหญิงไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันนะครับ”
ฉู่เหยาอิ๋งเบะปากเบาๆ
“ท่านพี่ ราชวงศ์ชิงมันล่มสลายไปนานแล้วนะ!”
“นาย…”
แต่ยังไม่ทันพูดจบ ก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะ
“โอ๊ย… ทำไมจู่ๆ หน้ามืดจัง?”
เธอเอามือกุมขมับ พิงเบาะรถเบาๆ สีหน้าดูเจ็บปวดเล็กน้อย
หยางเฉินเอียงคอมองอย่างตั้งใจ
“ตอนนี้คุณหนูมีอาการปวดท้องน้อยแบบหน่วงๆ ด้วยหรือเปล่าครับ?”
เขาถามด้วยความสงสัย
ฉู่เหยาอิ๋งชะงักเล็กน้อย ก่อนจะลองตั้งใจสัมผัสดู ต่อมาดวงตาคู่สวยจึงเต็มไปด้วยประกายตกใจ
“คุณ… คุณรู้ได้ยังไง?”
หยางเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องกังวลครับ แค่ร่างกายคุณอ่อนแอ ประจำเดือนเพิ่งหมดไป ตัวคุณก็มีภาวะโลหิตจางอยู่แล้ว ช่วงนี้สูบบุหรี่ให้น้อยลง กินอาหารบำรุงเลือดให้มากขึ้นก็หายครับ”
ท่าทางเยือกเย็นนั่น ทำเอาฉู่เหยาอิ๋งมึนงงไปชั่วขณะ
เดี๋ยวนะ!
“คุณรู้ได้ไงว่าฉันเพิ่งหมดเมนส์?”
“คุณ… คุณแอบดูอะไร?”
เธอขมวดคิ้วแน่น ถามด้วยความระแวดระวัง
หยางเฉินกระตุกมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแหยๆ “คุณหนูครับ สมองคุณคิดอะไรอยู่เนี่ย ผมเรียนแพทย์มานะ อาการพวกนี้ดูออกง่ายมากเลยครับ”
เหอะ!
ฉู่เหยาอิ๋งทำเสียงฮึ่มฮัมอย่างเย็นชา ก่อนจะพูดว่า “อย่าคิดว่าฉันจะโง่นะ เรื่องอะไรกัน!”
“เย็นนี้ฉันจะฟ้องป้าซู!”
“นึกว่านายจะเป็นหนุ่มใหญ่ใสซื่ออะไร ที่แท้ก็ลามกเงียบ!”
พูดพลาง ใบหน้าเล็กๆ ก็เต็มไปด้วยความรังเกียจ
หยางเฉินจนใจ
“คุณหนูช่วยยื่นมือมาทีนะครับ”
พอนึกถึงเรื่องทักษะแพทย์แล้ว เขาก็มีความมั่นใจ
“จะทำอะไรน่ะ?”
ฉู่เหยาอิ๋งถามอย่างระแวดระวัง
“จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผมไงครับ” หยางเฉินตอบ
ฉู่เหยาอิ๋งมองอย่างจับผิด ก่อนจะพูดว่า “ได้ ถ้านายพิสูจน์ไม่ได้ ฉันจะบอกป้าซูว่านายแอบดูฉันเข้าห้องน้ำ!”
“ไล่นายออก!”
สิ้นเสียง มือเล็กนุ่มราวไร้กระดูกก็ยื่นมาที่บริเวณคันเกียร์
หยางเฉินมองปราดหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปกดจุดบนข้อมือของฉู่เหยาอิ๋ง กดคลึงเบาๆ
สัมผัสแรกที่ปลายนิ้ว เย็นเฉียบและลื่นนุ่ม
ฉู่เหยาอิ๋งยังคงมองอย่างจับผิด สีหน้ารังเกียจเล็กน้อย
สามนาทีต่อมา
“หายหน้ามืดหรือยังครับ?”
หยางเฉินชักมือกลับ ยิ้มอย่างสบายอารมณ์
ฉู่เหยาอิ๋งถึงจะเข้าใจเจตนาของหยางเฉิน ก่อนจะลองสัมผัสดูดีๆ
เฮ้ย… หายจริงๆ ด้วย?
เธออึ้งไป ก่อนจะหันไปจ้องหยางเฉินด้วยสายตาตกตะลึง
“เดี๋ยวนะ… นี่คุณเป็นหมอจีนจริงๆ เหรอ?”
เธอตกใจมาก!
หยางเฉินยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “แค่กลเม็ดเล็กน้อยครับ”
ฉู่เหยาอิ๋งรู้สึกว่าสมองของตัวเองตื้อไปหมด
“ไม่ใช่นะ อย่างงั้นทำไมนายถึงมาขับรถให้น้าสาวฉันล่ะ?”
“ฝีมือการแพทย์นายดีขนาดนี้ เปิดคลินิกรักษาคนรวยจะตาย?”
เธอถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
หยางเฉินส่ายหน้ายิ้มๆ
พอใช้เข็มเงินไม่ได้ ความสามารถในการรักษาก็ลดลงไปเยอะ ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงกำชับ แต่ก็คงมีเหตุผล เลยไม่อยากทำงานเกี่ยวกับการแพทย์
“ผมชอบขับรถครับ”
เขาใช้ข้ออ้างส่งๆ ตอบไป
ฉู่เหยาอิ๋งพยักหน้าเบาๆ
“อย่างนี้นี่เอง”
แต่ไม่นาน สายตาร้อนแรงก็กลับมาจับจ้องที่ใบหน้าของหยางเฉินอีกครั้ง
หล่อ มีซิกแพค แถมยังฝีมือแพทย์ดีเยี่ยมอีก?
แถมยังเป็นหนุ่มใหญ่อบอุ่นใสซื่อ?
เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตานั่นทำให้หยางเฉินขนลุก
“ฉันสวยไหม?”
“ส… สวยครับ”
“หุ่นดีไหม?”
“แน่นอนครับ”
สายตาอันร้อนแรงนั้น ทำให้หยางเฉินรู้สึกลุกลี้ลุกลนอย่างไร้เหตุผล
ฉู่เหยาอิ๋งยิ้มเจ้าเล่ห์ ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะยกมือเล็กๆ ขาวนวลขึ้นมาแตะที่แขนกำยำของหยางเฉินเบาๆ
“เฮ้ย นายกับฉันคบกันเป็นแฟนไหม?”
หยางเฉินกระตุกมุมปากเล็กน้อย
ถึงจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่คิดเลยว่าคำพูดของฉู่เหยาอิ๋งจะบ้าระห่ำถึงเพียงนี้
“คุณหนู อย่าล้อเล่นสิครับ ผม… ผมก็แค่คนขับรถนะครับ”
เขายิ้มแหยๆ ตอบกลับไป
ฉู่เหยาอิ๋งเอามือเท้าคางตอบด้วยรอยยิ้ม “ฉันไม่รังเกียจเลย แล้วนายจะรังเกียจอะไร? ไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร ฉันมีเงินเองน่า~”
หยางเฉินพูดไม่ออก ได้แต่กลืนน้ำลาย
“คุณยังเด็กไปนะครับ”
เขาพูดอย่างจนใจ
แต่เดิมซูหย่าก็ดูถูกเขาอยู่แล้ว ถ้าเรื่องนี้เข้าหูซูหย่าล่ะก็ มีหวังโดนถลกหนังแน่
ฉู่เหยาอิ๋งขมวดคิ้ว ก่อนจะยืดอกขึ้น ความอวบอิ่มน่ามองโค้งเป็นรูปร่างยั่วยวน
“ตรงไหนเล็ก? ใครเล็กห๊ะ?”