เสียงไม่ดังนัก แต่ทุกคนในห้องก็ได้ยินกันอย่างชัดเจน
หยางเจี้ยนหมิงยิ้มเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าเดิม
หยางเฉินตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เหยาเหยา ไม่เป็นไรหรอก มาสารภาพรักกับผู้หญิงของฉันต่อหน้าฉันแบบนี้ เท่ากับไม่เห็นฉันเป็นคนเลย ในฐานะผู้ชาย จะทนได้ยังไง?”
นี่...
ฉู่เหยาเหยามองอย่างงุนงง สับสนจนทำอะไรไม่ถูก
ถ้าหยางเฉินอยากสั่งสอนหยางเจี้ยนหมิง เธอก็ไม่ขัดข้องหรอก แต่...นี่มันรนหาที่ตายชัด ๆ! ที่นี่เป็นถิ่นของเขานะ!
ริมฝีปากแดงของเธอขยับเล็กน้อย ทว่ากลับไม่รู้จะพูดอะไร
หยางเจี้ยนหมิงไม่คิดจะเปิดโอกาสให้ใคร รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้า ก่อนเอ่ยว่า “คุณหนูหาน ช่วยมาเป็นพยานให้หน่อยได้ไหม?”
หยางเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจ
ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าหานฉีฉีต้องมีภูมิหลังไม่ธรรมดา
หานฉีฉีขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย
เธอมองหยางเฉินอย่างสงสัยแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองฉู่เหยาเหยา
ฉู่เหยาเหยาทำอะไรไม่ถูก สีหน้าสับสน
หยางเฉินพูดพร้อมรอยยิ้ม “เหยาเหยา ไม่เชื่อใจแฟนตัวเองเหรอ? วางใจเถอะ”
ฉู่เหยาเหยาขบฟันเบา ๆ
แม้จะไม่เข้าใจ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความมั่นใจของหยางเฉิน
เธอพยักหน้าให้หานฉีฉีเบา ๆ
แววตาหานฉีฉีวูบไหว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“ได้ งั้นฉันจะเป็นพยานให้เอง”
“วันนี้เป็นเรื่องระหว่างพวกคุณสองคน ไม่เกี่ยวกับเหยาเหยา”
เธอพูดเสียงเรียบ น้ำเสียงใสกังวาน ฟังดูฉะฉานเด็ดขาด
หนุ่ม ๆ เหล่านั้นตื่นเต้นขึ้นมาทันที หยางเจี้ยนหมิงเองก็ยินดีอยู่ในใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
