เหวินเสี่ยวเหยียนรู้สึกได้รับเกียรติจนทำตัวไม่ถูก…บ้าสิ!
“ผมเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมาเสมอ แถมยังกตัญญูต่อผู้ใหญ่ด้วยนะครับ”
เหวินเหนียนว่า “อ๋อ เปิดเผยตรงไปตรงมาถึงขั้นรังแกพี่ชายตัวเองตอนเด็กสินะ”
เหวินเสี่ยวเหยียน “…”
เฮอะ ที่แท้ผมก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในแผนการของพี่ชายกับพี่สะใภ้สินะ โอเคไหม?
เหวินฉือคงเห็นว่าน้องชายโง่ ๆ น่าสงสารเกินไป จึงเกิดความรู้สึกเห็นใจในฐานะพี่ชายขึ้นมานาน ๆ สักครั้ง
เขากระแอมเบา ๆ ก่อนช่วยคลี่คลายสถานการณ์ “ช่วงนี้ใช้เงินไปเท่าไร เดี๋ยวส่งมาให้ฉัน”
“ค่าผ่าตัดของคุณลุงสาม รวมถึงค่ารักษาตัวในโรงพยาบาลกับตรวจสุขภาพของผู้ใหญ่ท่านอื่น ๆ ประกันสุขภาพเบิกได้เกือบหมด ไม่ได้ใช้เงินเท่าไรหรอกครับ หลายปีมานี้พี่ฉือช่วยวางแผนให้ผมทำธุรกิจ ผมก็ทำกำไรได้ไม่น้อย เงินแค่นี้จะไปคิดกับพี่ได้ยังไงครับ”
อีกอย่าง คนเหล่านั้นก็เป็นพ่อแม่กับลุงป้าน้าของเขาเอง เหวินเสี่ยวเหยียนกตัญญูต่อพวกท่านก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว
ถึงพี่ฉือจะสนิทสนมกับพวกท่านแค่ไหน ตามความสัมพันธ์แล้วก็ยังเป็นญาติคนละสาย ไม่มีเหตุผลที่ต้องให้เขาออกเงินส่วนนี้
เหวินฉือไม่ได้ยืนกรานต่อ เพียงพูดว่า “มีอะไรให้ช่วยก็บอกฉัน”
เหวินเสี่ยวเหยียนหัวเราะ “พี่เป็นพี่ชายผม ผมเคยเกรงใจพี่ด้วยเหรอครับ”
เหวินเหนียนไม่ได้ต่อว่าเหวินเสี่ยวเหยียนอีก แม้ตอนเด็กเขาจะทำตัวไม่เอาไหน แต่พอโตขึ้นก็รู้ความขึ้นมากจริง ๆ
อย่างไรก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเหวินฉือ ผู้ใหญ่ตระกูลเหวินก็เมตตาพวกเขามาโดยตลอด
เห็นแก่หน้าพระก็ต้องเห็นแก่หน้าพราหมณ์ด้วย ใช่ไหมล่ะ
แน่นอน ถ้าเหวินเสี่ยวเหยียนกล้าทำตัวเหลวไหลอีก เธอไม่ปล่อยเขาไว้แน่
