เปลวเพลิงนั้นมิใช่ไฟธรรมดา หากเป็นเพลิงแท้ต้นกำเนิดซึ่งแฝงอยู่ในสายเลือดกิเลน ทั้งร้อนแรงและแข็งกร้าวที่สุด เผาผลาญสรรพสิ่งจนสิ้น
เงาเลือนรางสีชาดของกิเลนเพลิงปรากฏขึ้นรอบกายเขา
เงานั้นสูงหลายสิบจั้ง สี่กีบเหยียบย่างบนเปลวไฟ แหงนหน้าคำรามก้องฟ้า
ฟางซิวยืนอยู่ใจกลางเงานั้น หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเงากิเลน
แววตาของเขาปราศจากความรู้สึกของมนุษย์ เหลือเพียงความกระหายเลือดและโหดเหี้ยมอย่างบริสุทธิ์ ราวกับกิเลนเพลิงฟื้นคืนชีพขึ้นมา
“กิเลน!”
เสียงของคนที่อยู่ปลายฟ้าแปรเปลี่ยนไป
เขาจ้องเงากิเลนเพลิงรอบกายฟางซิวเขม็ง แววตาไม่ได้มีความตกตะลึงอีกต่อไป หากเต็มไปด้วยความโลภที่ไม่คิดปิดบัง
“เจ้ามีโลหิตกิเลนอยู่จริงหรือ!”
เขามองเห็นอย่างชัดเจนว่าเวลานี้ฟางซิวยังหลอมรวมโลหิตกิเลนได้ไม่สมบูรณ์
พลังจากโลหิตกิเลนก้อนนั้นถูกดูดซึมไปเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
ขอเพียงสังหารฟางซิวและชิงโลหิตกิเลนที่เหลือมา เขาก็จะก้าวหน้าไปได้อีกขั้น ต่อให้เป็นขั้นหนึ่งก็ยังพอมีหวัง
เขาประสานตรามุทราไว้เบื้องหน้าอก พลังแท้ทั่วร่างพลันระเบิดออกโดยไม่เก็บงำ
ใบหน้าปรากฏสีแดงระเรื่อผิดปกติ เส้นเลือดตรงหางตาปูดโปน ทั้งร่างดูราวกับดวงตะวันสีเลือดที่กำลังลุกไหม้
ตราประทับบัวโลหิตเผาสวรรค์
นี่คือกระบวนสังหารไม้ตายที่เขาเก็บซ่อนไว้ ไม่เคยใช้ต่อหน้าผู้ใดมาก่อน
ฟางซิวกวัดแกว่งดาบเข้าปะทะ
เงากิเลนเพลิงเคลื่อนไหวไปพร้อมกับดาบ
เพลิงแท้กิเลนหยางสูงสุดบนคมดาบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเจตจำนงดาบมาร เมื่อฟาดฟันออกไป ฟ้าราวกับถูกแทงจนเป็นรูโหว่
