ทว่าในบรรดาผู้ที่อยู่ขั้นสองระดับสูงสุด มีเพียงอวี่เหวินเซวียนคนเดียว
เจวี๋ยเซิงก้าวออกไปหนึ่งก้าว พลังมารแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บยักษ์บดบังฟ้าบังตะวัน ตะปบลงใส่อวี่เหวินเซวียนจากเบื้องบน
โยวซื่อกับคงวั่งลงมือพร้อมกัน ขนาบซ้ายขวาปิดทางถอยของอวี่เหวินเซวียนจนหมดสิ้น
พลังอันน่าสะพรึงกลัวสามสายปะทะกันกลางท้องฟ้า ย้อมท้องนภาครึ่งหนึ่งให้กลายเป็นสีดำทะมึน
อวี่เหวินเซวียนคำรามลั่น พลังปราณดาบสีทองแดงเจิดจ้าระเบิดออกจากดาบศึก เขาฟาดดาบออกไป ปะทะกับพลังมารทั้งสามสายอย่างไม่เกรงกลัว
ตูม!
คลื่นอากาศจากจุดปะทะกวาดไปทั่วสนามรบ ทหารใกล้เคียงถูกซัดกระเด็น เกราะเหล็กแตกกระจายกลางอากาศเป็นชิ้น ๆ
อวี่เหวินเซวียนครางอู้อี้ เนินฝ่ามือฉีกขาด พลังปราณดาบบนคมดาบศึกถูกกดจนแตกสลายทีละส่วน
ร่างทั้งร่างของเขาไถลถอยหลังไปหลายร้อยจั้ง พื้นรองเท้าขุดเป็นร่องลึกสองสายบนพื้นดิน
เลือดซึมจากมุมปาก เขายกมือเช็ดออกอย่างแรง
หนึ่งต่อสาม เขาสู้ไม่ได้
เดิมทีทั้งกำลังรบระดับสูงและจำนวนทหารของฝ่ายอ๋องเลี่ยหยางล้วนเหนือกว่า แต่เมื่อโยวซื่อกับคงวั่งเข้าร่วมสนามรบ สถานการณ์ก็พลิกผัน
เจวี๋ยเซิงก้มมองอวี่เหวินเซวียน รอยย่นบนใบหน้าเบียดอัดกันเป็นก้อน
“ไอ้เฒ่า วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า”
สีหน้าอวี่เหวินเซวียนเคร่งขรึม แววตาหนักอึ้งจนยากจะคลาย
เขากำดาบศึกแน่น พลังแท้ทั่วร่างระเบิดออกทันควัน
ในฐานะอ๋องเลี่ยหยางและสายเลือดโดยตรงของราชวงศ์ต้าเว่ย เคล็ดวิชาและวรยุทธ์ที่เขาฝึกฝนล้วนอยู่ในระดับสูงสุดของใต้หล้า
