จ้าวป๋อหยวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
นายท่านรองคือจ้าวจิ้งเหยา น้องชายร่วมสายเลือดของเขา ผู้มีพลังฝึกตนอยู่ในขั้นแปดช่วงปลาย และร่วมอยู่ในกองกำลังไล่ล่าฟางซิวด้วย
เขาไม่ได้ถามซ้ำ เพียงโบกมือให้บ่าวในบ้านถอยออกไป
จากนั้นจึงลุกขึ้น เดินไปยังโต๊ะหนังสือ คลี่กระดาษจดหมายแผ่นหนึ่งออก แล้วจุ่มพู่กันลงในหมึก
ปลายพู่กันค้างอยู่เหนือกระดาษเนิ่นนาน หยดหมึกหยดหนึ่งพลันร่วงลงบนแผ่นกระดาษ ซึมแผ่เป็นจุดดำเล็ก ๆ
ข้อนิ้วของเขาบีบแน่นจนซีดขาว
“ใครก็ได้”
บ่าวคนหนึ่งผลักประตูเข้ามา
“ไปตามคุณชายรองมา”
ครู่ต่อมา จ้าวติ่งผลักประตูเข้ามา เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้าสิบหกปี คิ้วตายังไม่เติบโตเต็มที่ ทว่าก็มองเห็นเค้าโครงแข็งแกร่งของคนตระกูลจ้าวอยู่หลายส่วนแล้ว
เขาสวมเสื้อตัวในสีขาวเรียบ ดวงตาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่ารู้ข่าวแล้ว
“ท่านพ่อ”
จ้าวป๋อหยวนปิดผนึกจดหมายลับ ก่อนยื่นให้เขา พลางเอ่ยเสียงต่ำ
“เจ้ารีบออกเดินทางไปยังเมืองหลวงประจำจังหวัด ไปวัดเมฆาขาว แล้วมอบจดหมายฉบับนี้ให้ไต้ซือเจี้ยเฉิน”
จ้าวติ่งรับจดหมายมา ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย
“ไต้ซือเจี้ยเฉินเป็นยอดฝีมือขั้นกำเนิดฟ้าระดับหก ปีนั้นท่านปู่ของเจ้าช่วยชีวิตเขาไว้ เขาเคยกล่าวว่าจะตอบแทนบุญคุณครั้งนั้น”
ขอบตาของจ้าวติ่งกลับมาแดงก่ำอีกครั้ง
“ท่านพ่อ...”
จ้าวป๋อหยวนยื่นมือไปลูบศีรษะจ้าวติ่ง
“หากไต้ซือไม่ยอมลงมือ”
