เงาร่างมหึมาสายหนึ่งผุดขึ้นจากด้านหลังเขา ใบหน้าเลือนรางทั่วร่างโอบล้อมด้วยเปลวเพลิงมืดหม่น
นิ้วทั้งสิบพุ่งออกพร้อมกัน ปราณนิ้วทั้งสิบสายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเงามารด้านหลัง
เงามารกางแขนทั้งสอง นิ้วทั้งสิบงองุ้มดุจตะขอ หอบเอาอำนาจมารทำลายฟ้าดิน พุ่งเข้าปะทะแสงดาบของฟางซิว
ชั่วขณะที่การโจมตีทั้งสองปะทะกัน ฟ้าดินพลันคล้ายถูกใครกดหยุดเวลา
เสียงทั้งหมดสูญสลาย เหล่าทหารที่ยังเหลือรอดในสนามรบอ้าปาก ทว่ากลับไม่ได้ยินเสียงใดเลย
จากนั้นแสงเจิดจ้าที่ระเบิดออก ณ จุดปะทะก็กลืนกินทุกสิ่ง ท้องฟ้าถูกฉีกเป็นรอยแยกพาดผ่านระยะหลายสิบลี้ เมฆตรงขอบรอยแยกถูกเผาจนแดงฉาน ก่อนจะถูกคมวายุบดขยี้จนสูญสิ้นในชั่วพริบตา
หุบเหวบนพื้นดินพังทลายลงอีกครั้ง รอยแยกแผ่ขยายอย่างบ้าคลั่งจากจุดปะทะไปทั่วทุกทิศทาง ที่ราบทั้งผืนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
คลื่นพลังที่หลงเหลือกวาดถล่มสนามรบ
ทหารฝ่ายอ๋องเลี่ยหยางต่างหนีตายไปไกลแล้ว แต่ก็ไร้ประโยชน์
คลื่นลมปราณไล่ทันเงาร่างที่กำลังหลบหนี ราวคลื่นทะเลซัดท่วมรอยเท้าบนชายหาด ทุกแห่งที่มันผ่าน ผู้คนล้มระเนระนาด เกราะแตกกระจาย เลือดเนื้อปลิวว่อน
กองทัพนับหลายล้านเหลือรอดไม่ถึงหนึ่งในสิบ มีเพียงไม่กี่พันคนที่โชคดีรอดชีวิต
คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ
อวี่เหวินเซวียนคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ในกองเลือด รอบกายแผ่ม่านพลังแท้ที่พร้อมพังทลาย รอยเลือดตรงมุมปากยังไม่ทันแห้ง
เถียนไห่ซานกับซ่งเทียนสงยืนคุ้มกันเขาอยู่คนละด้าน ใบหน้าของทั้งคู่ซีดขาวราวกระดาษ
