เผยจือเชียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ยกดาบโค้งในมือขึ้นรับ
เคร้ง!
ดาบโค้งปะทะปราณดาบ คลื่นลมปราณที่ระเบิดออกฉีกเมฆรอบด้านจนแตกกระจายเป็นริ้ว
เผยจือเชียนรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลสุดขีดถาโถมมาจากตัวดาบ แรงสั่นสะเทือนกระแทกง่ามนิ้วจนชา ดาบโค้งแทบหลุดจากมือ
ร่างทั้งร่างของเขาถูกฟันกระเด็นถอยหลัง รองเท้าบู๊ตเหยียบย่ำกลางอากาศจนเกิดระลอกคลื่นลมปราณสองสายที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ดาบที่สองของฟางซิวตามติดมาในทันที
ปราณดาบครานี้ดุดันและทรงอำนาจกว่าครั้งแรก แสงดาบสีทองหม่นส่องย้อมท้องฟ้าครึ่งหนึ่งให้กลายเป็นสีทอง
เผยจือเชียนตวาดลั่น แสงดาบบนดาบโค้งพุ่งทะยานถึงขีดสุด ก่อนฟันสวนขึ้นไป
เคร้ง!
ดาบโค้งสั่นสะท้านส่งเสียงหึ่ง ๆ แสงวิญญาณบนคมดาบแตกสลายไปทีละส่วน
ง่ามนิ้วของเผยจือเชียนฉีกขาด เลือดไหลรินไปตามด้ามดาบ ร่างของเขาถอยลื่นไปด้านหลังหลายพันจั้ง กว่าจะฝืนประคองตัวให้หยุดได้
ดาบของฟางซิวไล่ตามมาติด ๆ
ในชั่วขณะที่คมดาบกำลังจะฟาดลงมา เงาดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเผยจือเชียนอย่างไร้สุ้มเสียง
คนผู้นั้นถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมยาวสีดำสนิทราวหมึก แม้แต่ใบหน้าก็ซ่อนอยู่ใต้เงาของหมวกคลุม จนมองไม่เห็นรูปลักษณ์
เขายกมือฟาดฝ่ามือออกไป พลังฝ่ามือปะทะกับปราณดาบของฟางซิว คลื่นลมปราณที่ระเบิดออกซัดหินผารอบด้านกระเด็นไปเป็นวงกว้าง
ชายชุดดำอาศัยแรงส่งคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของเผยจือเชียน ร่างของทั้งคู่ไหววูบอยู่กับที่ ก่อนเลือนหายไปจากสายตาของฟางซิว ราวกับหลอมรวมเข้ากับห้วงสุญญากาศ
ฟางซิวไล่ตามไปอยู่นาน แต่เทพญาณกลับสัมผัสอะไรไม่ได้เลย
เสื้อคลุมสีดำนั่นถึงกับปิดกั้นการรับรู้ของเทพญาณได้ แม้แต่พลังจิตของเขาก็ยังจับร่องรอยใด ๆ ไม่ได้
