[ใช้ค่าประสบการณ์ 400]
[วิชาศักดิ์สิทธิ์เก้าสุริยัน (ขั้นที่เจ็ด 0/500)]
ยามคลื่นความร้อนระลอกที่สามปะทุขึ้น กล้ามเนื้อทั่วร่างของฟางซิวก็สั่นระริก
ไม่ใช่เพราะเจ็บ
แต่เพราะแน่น
ปราณแท้มีมากเกินไป ทั้งรุนแรงและแผดเผา เส้นชีพจรหลักทั้งสิบสายไม่อาจรองรับได้อีก ปราณแท้จึงแสวงหาทางออกใหม่ด้วยตัวเอง
เส้นลมปราณถุงน้ำดีเท้าหยางซ่าว ทะลวงผ่าน!
เส้นลมปราณตับเท้าเจวี๋ยอิน ทะลวงผ่าน!
เส้นชีพจรหลักทั้งสิบสองสาย ทะลวงผ่านครบถ้วน!
ทั่วร่างของฟางซิวสว่างวาบ เครือข่ายเส้นชีพจรสีแดงชาดปรากฏขึ้น ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จากลำตัวถึงแขนขา เส้นชีพจรหลักทั้งสิบสองสายเปล่งแสงแดงเรื่ออยู่ใต้ผิวหนังพร้อมกัน
จากนั้นปราณแท้ก็เริ่มทะลวงเส้นลมปราณพิสดารทั้งแปด
ปราณเก้าสุริยันในเส้นชีพจรหลักทั้งสิบสองสายของฟางซิวเอ่อล้นจนถึงขีดสุด ปราณแท้ร้อนระอุราวกับอุทกธารที่พังทลายเขื่อน พุ่งชนเส้นลมปราณหยางเว่ยอย่างเกรี้ยวกราด
ทันทีที่เส้นลมปราณนี้ทะลวงผ่าน แสงสีแดงชาดที่แผ่รอบกายฟางซิวก็พลันสว่างจ้าขึ้น เขานั่งขัดสมาธิริมลำธาร ร่างทั้งร่างดูประหนึ่งรูปปั้นทองแดงที่ถูกเผาจนแดงฉาน
ต่อมาเส้นลมปราณอินเว่ยก็ถูกกระแทกจนเปิดออก
เสี้ยวขณะที่เส้นลมปราณอินเว่ยทะลวงผ่าน แสงแดงชาดบนผิวกายฟางซิวพลันหุบวูบ จากที่เจิดจ้าถึงขีดสุดกลับกลายเป็นสงบเก็บงำ
แสงแดงชาดจมลึกลงไปในเส้นลมปราณ ไม่แผ่ออกมาภายนอกอีก ทว่าใต้ผิวหนังกลับมีประกายขาวนวลอ่อนโยนดุจหยกไหลเวียนอยู่ราง ๆ
เส้นลมปราณพิสดารสองสายทะลวงผ่าน
เมื่อรวมกับเส้นชีพจรหลักทั้งสิบสองสายที่ทะลวงผ่านก่อนหน้านี้ ภายในร่างของฟางซิวจึงมีเส้นลมปราณเชื่อมทะลวงรวมทั้งสิ้นสิบสี่สาย
ปราณแท้ผุดพุ่งออกจากตันเถียน ไหลทะยานไปตามเส้นชีพจรหลักทั้งสิบสองสาย ก่อนมาบรรจบรวมกันในเส้นลมปราณพิสดารสองสาย ก่อเป็นเครือข่ายเส้นลมปราณที่ปกคลุมทั่วร่าง
