เว่ยฝูรับประทานอาหารกลางวันเสร็จก็ไปนอนอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้นางกินของข้างนอกมาไม่น้อย อาหารกลางวันเลยแทบไม่ได้แตะ นางหลับยาวไปจนถึงเวลาอาหารเย็น รับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้วก็เข้านอนอีก ไทเฮาจึงยิ่งวิตกในใจ รับสั่งให้คนไปถามฮ่องเต้ว่าเถาจือติดต่ออาจารย์ของพวกเขาได้หรือยัง
หมอหลวงจับชีพจรแล้วก็บอกว่าไม่มีปัญหา ไทเฮาแทบร้อนใจจะตาย
เถาจือเองก็เพิ่งเจอเว่ยฝูมีอาการเช่นนี้ จดหมายที่ส่งไปก่อนหน้านี้คงยังอยู่กลางทาง เขาจึงรีบส่งจดหมายเพิ่มอีกสองฉบับ ให้อาจารย์ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่อง
เถาจือกำลังเขียนจดหมายให้คนส่งออกไปตลอดคืน แต่หารู้ไม่ว่าอาจารย์ของเขามาถึงเมืองหลวงแล้ว
ยามดึกสงัด หลินหยิ่นแปลงเป็นมนุษย์อีกครั้ง ครานี้ร่างของเขาไม่ใช่ภาพลวงตา แต่รวมตัวเป็นรูปเป็นร่างแล้ว วิชาที่ฟื้นคืนเร็วถึงเพียงนี้ เขารับรู้ได้ด้วยตัวเองว่าเป็นผลจากเลือดของมนุษย์ตัวน้อยนี้
เขายืนอยู่หัวเตียงของเว่ยฝู ขมวดคิ้วมองนาง ไม่อาจหยั่งรู้ร่างกายของเว่ยฝูได้ จึงไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และไม่รู้ควรช่วยนางฟื้นฟูอย่างไร
ขณะครุ่นคิดก็รู้สึกถึงกลิ่นอายแปลกปลอมมุ่งหน้ามาทางนี้ เขาจึงคืนร่างเป็นงูน้อยทันที หลบซ่อนอยู่มุมเตียง
รู้ว่าพลังแปลกปลอมนั้นน่าจะมีภูมิอยู่บ้าง เขาจึงจงใจเก็บกลิ่นอายของตนทั้งหมด
แล้วก็ได้ยินเสียงประตูถูกผลัก เบามาก
ผู้ที่เข้าห้องมาก่อนคือตุ๊กตากระดาษตัวเล็ก
ตุ๊กตากระดาษย่องขึ้นเตียงเว่ยฝูอย่างลับ ๆ พอยืนยันว่าเว่ยฝูหลับจริงจึงย่องลงจากเตียง วิ่งเหยาะ ๆ ออกไปนอกประตู
