องค์รัชทายาทเข้าไปดูใกล้ ๆ สีพระพักตร์เปลี่ยนฉับพลัน ร่างกายสั่นสะท้าน
“ฝูเอ๋อร์ ยันต์นี่มีไว้ทำอะไร”
เว่ยฝูกล่าว “เลี้ยงผีน้อย ดูดกลืนอายุขัยผู้อื่นมาเลี้ยงผีน้อย ผีน้อยจะดูดซับอายุขัยของอีกฝ่าย ขณะที่วาสนาและโชคลาภของอีกฝ่ายจะถ่ายเทมาสู่ผู้ที่เลี้ยงผีน้อย” นางกล่าวจบก็ใช้ชามไม้ไผ่เก็บยันต์นั่นเข้าไป บนยันต์นี้ยังมีวิญญาณของผีน้อย ต้องผ่านพิธีปลดปล่อยและชำระให้บริสุทธิ์ จึงเผายันต์ทิ้งตรง ๆ ไม่ได้
เวลานี้ในใจของเต๋อเฟยไม่อาจสงบลงได้อีก คลื่นยักษ์ถาโถมซัดสาด
เว่ยฝูมีความสามารถถึงขั้นบีบยันต์นี้ออกมาได้
พังพินาศแล้ว พินาศแล้ว นางควรทำเช่นไรดี
องค์รัชทายาททรงพระพิโรธถึงขีดสุด แต่กลับเยือกเย็น “นี่คือดวงชะตาของเสด็จแม่ข้า!”
เต๋อเฟยทรงประคองร่างอันอ่อนแอเข้ามา ทั้งคนดูมึนงงนักเมื่อมององค์รัชทายาท “อะไรคือดวงชะตาของเสด็จแม่เจ้า”
องค์รัชทายาททรงจับจ้องเต๋อเฟยอย่างพินิจ “ท่านเลี้ยงอะไรไว้ ตัวท่านเองไม่รู้หรือ”
เต๋อเฟยตรัส “ข้ารู้ ท่านปรมาจารย์กล่าวว่าผีน้อยเช่นนี้ เมื่อเลี้ยงดูแล้วจะค้ำประกันชีวิตข้าได้ ให้ข้ารอดพ้นจากภัยพิบัติถึงชีวิตเมื่อสิบสองปีก่อน!”
ยามนี้องค์รัชทายาททอดพระเนตรเต๋อเฟย รู้สึกแต่ความน่าสยดสยองในดวงหทัย ได้แต่ภาวนาให้นางไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริง ๆ
“เด็กคนนี้ เป็นลูกของใคร” เขาชี้ไปที่ทารกไร้ลมหายใจนั่น
แม้แต่มองตรง ๆ ก็ยังทนเห็นไม่ได้
เต๋อเฟยทรงอ้าพระโอษฐ์ตรัสทันที “เป็นลูกของนางกำนัลน้อยนางหนึ่งที่ลักลอบสมสู่กับองครักษ์ ตอนนั้นนางไม่กล้าคลอดออกมา จึงตกเลือดแท้ง พอดีข้ามีความต้องการ ก็ให้เงินซื้อมา”
