รัชทายาทฟังคำของเต๋อเฟย ประกอบกับวาจาของเว่ยฝูเมื่อครู่ ก็รู้ว่าสิ่งที่เต๋อเฟยเลี้ยงไว้ต้องไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่ ซ้ำยังอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งชั่วร้ายอีกด้วย
เขาจ้องมองเต๋อเฟยอย่างแน่วแน่ "เสด็จแม่เต๋อ ท่านเลี้ยงสิ่งใดไว้กันแน่"
เต๋อเฟยหลบสายตาเขา ปิดปากแน่นไม่ปริปาก
ฮวาเยว่คุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง โขกศีรษะขอความเมตตา “องค์ชาย อย่าทรงบีบบังคับพระสนมเลยเพคะ หากผู้อื่นล่วงรู้เรื่องสิ่งนั้น มันก็ไร้ผลแล้ว”
เว่ยฝูเอ่ย "เจ้าเป็นคนหลอกลวง ตัวเจ้ารู้ทั้งนั้น แต่ยังช่วยเลี้ยงดูอีก"
ฮวาเยว่ยิ้มขื่น "จะหาเรื่องใส่ร้ายก็ย่อมหาได้เสมอ เป็นบ่าวเองที่ทำผิดต่อองค์หญิง จึงทำให้องค์หญิงทรงเคียดแค้นบ่าวเช่นนี้"
เว่ยฝูเอียงคอ เอ่ยด้วยความสงสัย "เจ้ามิได้ล่วงเกินข้านะ แต่ที่ข้าเล่นงานเจ้าเป็นเรื่องจริง ข้าไม่ชอบเจ้า"
ฮวาเยว่ "..."
รัชทายาทลุกขึ้นมายืนข้างเว่ยฝู ย่อตัวลงถามนาง "ฝูเอ๋อร์ หากเพียงดูสิ่งนั้น จะทำอันตรายต่อพระสนมเต๋อเฟยหรือไม่"
เว่ยฝูตอบ "ไม่เป็นไร"
รัชทายาทกล่าว "เช่นนั้นฝูเอ๋อร์ก็จงหาสิ่งนั้นออกมาเถิด"
ที่เต๋อเฟยเลี้ยงสิ่งใดไว้เพื่อมีชีวิตต่อไปนั้นไม่อาจติเตียนได้ และนางยังได้รับบาดเจ็บเพราะช่วยเหลือองค์ชายรองในตอนนั้น แต่การเลี้ยงสิ่งชั่วร้ายในวังหลวงเป็นข้อห้ามใหญ่หลวงนัก
โดยเฉพาะเมื่อครั้นรัชทายาทเข้าเฝ้าฮ่องเต้ก่อนหน้านี้ ฮ่องเต้ยังตรัสเล่าเรื่องกำแพงหินให้ฟัง
