เซี่ยเซิ่งหลินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาพูดกับอวี๋เยวี่ยชิวด้วยความเดือดดาลว่า “หลีกไป”
อวี๋เยวี่ยชิวมองเซี่ยเซิ่งหลินที่สีหน้าเขียวคล้ำอย่างตกใจแล้วรีบหลีกทางให้
เซี่ยเซิ่งหลินเงื้อเท้าถีบอย่างสุดแรงด้วยความโกรธ ประตูใหญ่ถูกถีบดัง “ปัง” กระแทกกำแพงจนพังราบคาบกลายเป็นชิ้นไม้กระจัดกระจายเกลื่อนกลาด
ภายในห้อง ตู้วิ๋นเซิงเพิ่งใส่เสื้อผ้าเสร็จพอดี เซี่ยเยี่ยนหลินกำลังช่วยเธอจัดชุด
ประตูโดนถีบพังเข้าไป ตู้วิ๋นเซิงตกใจจนน้ำตาไหลพราก เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้จะทำให้พ่อแม่ตระกูลเซี่ยไม่มีภาพจำดี ๆ เกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย
ตู้วิ๋นเซิงหลบไปอยู่ข้างหลังเซี่ยเยี่ยนหลิน มือข้างหนึ่งกำปลอกแขนเสื้อของเขาไว้แน่นเบา ๆ “เยี่ยนหลิน ทำยังไงดี ทำยังไงดี”
เซี่ยเยี่ยนหลินรำคาญกับคำถามของตู้วิ๋นเซิง ทำยังไงดี ทำยังไงดี เขาก็อยากถามใครสักคนเหมือนกันว่า กับสถานการณ์แบบนี้ต้องทำยังไงดี
“พวกแกสองคนหน้าด้าน ยังไม่รีบออกมาอีก หรือจะให้ฉันเข้าไปเชิญถึงข้างใน” อวี๋เยวี่ยชิวพูดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
เซี่ยเยี่ยนหลินกับตู้วิ๋นเซิงจะกล้ารีรอได้ยังไง รีบเดินออกมาทันที
เซี่ยเยี่ยนหลินใส่เสื้อแล้วดูดีหล่อเหลาราวกับคุณชาย แต่ตู้วิ๋นเซิงกลับดูตลกขบขัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรูปร่างเปลี่ยนไปมากทำให้เธอทรงตัวลำบาก หรือเพราะกางเกงยาวเกินไป เดินเร็วแล้วสะดุด เท้าพันกันทั้งตัวพุ่งไปข้างหน้า
เซี่ยเยี่ยนหลินเห็นตู้วิ๋นเซิงจะล้มก็รีบยื่นมือไปโอบเอวเธอ ตู้วิ๋นเซิงตกใจร้องเสียงหลง มือคว้ากอดคอเขาไว้
ผมยาวของตู้วิ๋นเซิงปลิวสยาย ราวกับผีเสื้อเริงระบำหมุนเป็นวง ก่อนจะโอบอุ้มไปด้วยอ้อมแขนของเซี่ยเยี่ยนหลิน
