เซี่ยชิงไป๋ยังอดเป็นห่วงเหล่าเหลนตัวน้อยไม่ได้ จึงตั้งใจไปหาเซี่ยเยี่ยนหลินเพื่อพูดคุยกันให้เข้าใจ
เซี่ยเยี่ยนหลินมองเซี่ยชิงไป๋ที่ยืนรอเขาอยู่หน้าคณะกรรมการปฏิวัติ แล้วอดมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเยาะเย้ยไม่ได้ “แก่ มาหาฉันมีธุระอะไร?”
เมื่อได้ยินเซี่ยเยี่ยนหลินเรียกเช่นนั้น สีหน้าของเซี่ยชิงไป๋ก็ข่มความรู้สึกไม่อยู่ เซี่ยเยี่ยนหลินกล้าดียังไง ถึงกล้าเรียกเขาแบบนี้?
“ตอนนั้นไม่ใช่แกหรือที่ไล่ฉันออกจากบ้าน บอกว่าฉันไม่คู่ควรเป็นหลานแก แล้วตอนนี้ยังคิดว่าฉันจะเรียกแกว่าปู่อีกหรือ? หัดละอายใจบ้าง” เซี่ยเยี่ยนหลินมองเซี่ยชิงไป๋ด้วยความเคียดแค้น หากไม่ใช่เพราะแก่คนนี้กดขี่ เซี่ยเซิ่งหลินก็คงไม่ตัดขาดความสัมพันธ์กับเขา
แก่เฮงซวยคนนี้ห่วงแต่เซี่ยเยี่ยนผิงกับเซี่ยเยี่ยนถิง ทำเหมือนกับว่าเขาไม่ใช่หลานของตัวเองอย่างนั้นแหละ
เมื่อเห็นเซี่ยเยี่ยนหลินเป็นเช่นนี้ ใบหน้าของเซี่ยชิงไป๋ก็ซีดเผือด หลานชายคนนี้ไร้หัวใจเย็นชากว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
“ที่ฉันมาหา ก็อยากหารือกับแกสักเรื่อง ตอนนี้พ่อแม่ของแกดูแลเด็กพวกนั้นไม่ไหวแล้ว แกช่วยรับเด็กไปอยู่ด้วยได้ไหม ยังไงพวกเขาก็เป็นลูกแท้ ๆ ของแก” เซี่ยชิงไป๋เอ่ยขึ้น
“ตอนนั้นแกบังคับให้เซี่ยเซิ่งหลินตัดขาดความสัมพันธ์กับฉัน แล้วยังแย่งลูกของฉันไป ตอนนี้เลี้ยงไม่ไหวแล้วก็เอาเด็กมายัดให้ฉัน แกคิดจะทำอะไรก็ทำตามใจตัวเองหมดเลยหรือไง? ตอนนั้นแกใช้อำนาจตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับตระกูลเซี่ย ไล่ฉันออกไปมือเปล่า แม้แต่ลูกแท้ ๆ ของตัวเองก็พาไปไม่ได้ ตอนนั้นแกอยากแย่งเด็กไปเลี้ยง งั้นก็เลี้ยงต่อไปสิ แกไม่ใช่ว่าเก่งกาจ มีอำนาจหรอกหรือ? เซี่ยเซิ่งหลินดูแลไม่ไหว เลี้ยงไม่ไหว แกก็ไปดูแลเองสิ ไปเลี้ยงเองเลย” เซี่ยเยี่ยนหลินก้าวเข้าหาเซี่ยชิงไป๋ทีละก้าว
