ตู้วิ๋นเซิงฟังแล้วชะงักไป ก่อนจะยิ้มอย่างเข้าใจ เซี่ยเซิ่งหลินกลัวแล้ว อีกทั้งยังเห็นแก่ตัว คนคนนี้ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์มากที่สุด ตอนนั้นเพราะเซี่ยเยี่ยนผิงร่างกายไม่แข็งแรง เขาถึงยอมทิ้งลูกชายคนนี้ได้ ตอนนี้เมื่อไม่มีเซี่ยเยี่ยนหลินแล้ว เขาย่อมต้องรักษาเซี่ยเยี่ยนผิง ลูกชายคนนี้เอาไว้ ในเมื่อแต่ก่อนเขายอมไม่สนใจเซี่ยเยี่ยนผิงเพื่อเซี่ยเยี่ยนหลินได้ ตอนนี้ก็ย่อมไม่สนใจความเป็นความตายของเธอเพื่อเซี่ยเยี่ยนผิงได้เหมือนกัน
“พ่อคะ พ่อนี่เป็นคนโอนเอนไปตามลมจริง ๆ นะคะ เมื่อก่อนเอนไปทางเซี่ยเยี่ยนหลิน ตอนนี้เซี่ยเยี่ยนหลินหมดสภาพแล้ว ก็หันไปเอนทางเซี่ยเยี่ยนผิงแทน แต่พ่อยังเอนไม่สุดนะคะ ถ้าอยากรั้งเซี่ยเยี่ยนผิงไว้จริง ๆ พ่อก็ไม่ควรเก็บเด็กสองคนนี้ไว้ ควรส่งพวกเขาไปด้วย ส่งไปสามคนแล้ว จะส่งอีกสองคนก็ไม่เห็นเป็นไร เก็บพวกเขาไว้สองคนเพื่อรักษาหน้าพ่อ ให้คนนอกพูดว่าพ่อไม่ใช่คนใจร้ายอำมหิตอย่างนั้นหรือคะ จะทำไปทำไมล่ะ” ตู้วิ๋นเซิงพูดประชด
เซี่ยเซิ่งหลินได้ฟังแล้วสีหน้าก็มืดครึ้ม “ตู้วิ๋นเซิง เธอมาที่นี่เพื่อประชดฉันหรือไง ถ้าเธอยังมีความเมตตาแบบแม่อยู่บ้าง ก็ไม่ควรมาเยาะเย้ยฉัน เธอน่าจะรู้ดีว่าพวกเขาสองคนจะอยู่ดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพ่อแม่อย่างพวกเราทั้งคู่”
ตู้วิ๋นเซิงฟังแล้วสีหน้าชะงักไป ก่อนจะส่ายหน้า “ฉันไม่ได้คิดจะยุให้พ่อลูกแตกคอกันหรอกค่ะ ฉันแค่เห็นเด็ก ๆ หิวโซ เลยอยากให้พ่อไปขอผลประโยชน์จากเซี่ยเยี่ยนผิงให้มากหน่อย จะได้ให้เด็ก ๆ อยู่สบายขึ้น”
“พอเถอะ ไม่ต้องพูดเรื่องไร้สาระพวกนั้นแล้ว ฉันบอกเธอไปแล้วว่าตระกูลเซี่ยเลี้ยงดูเธอไม่ไหว ทำไมไม่หาแฟนสักคนไว้พึ่งพาล่ะ” เซี่ยเซิ่งหลินกำลังเกลี้ยกล่อมให้ตู้วิ๋นเซิงแต่งงานใหม่
