ตั้งเวลาบนมือถือไว้ 10 นาที คราวนี้เธอไม่ตื่นเต้นเท่าเดิมแล้ว จึงนั่งเล่นมือถือรอบนเตียงพลางรอไปด้วย
อาการยังค่อย ๆ เริ่มขึ้นจากความคันที่หนังศีรษะ
ซูฉิงเหมือนจะจับรูปแบบได้แล้วว่า ตรงไหนคัน ก็หมายถึงส่วนนั้นกำลังจะถูกปรับเปลี่ยน
หรือว่าคราวนี้จะเป็นผม?
ซูฉิงตื่นเต้นมาก ผมบางแถมแห้งเสียเป็นปัญหาที่กวนใจเธอมาตลอด พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเธออิจฉาคนผมสวยขนาดไหน
คนที่มีผมสลวย อย่างน้อยมองจากด้านหลังก็ยังดูดี ให้ความรู้สึกเหมือนนางฟ้าล่องลอยอยู่ แต่เธอน่ะหรือ แม้แต่ด้านหลังก็ยังไม่น่ามอง ผมทั้งลีบทั้งแบน
เวลาไม่ได้เดินช้าเสียทีเดียว เธอคันอยู่ไม่นาน เสียงนาฬิกาจับเวลาบนมือถือก็ดังขึ้น
ซูฉิงเดินไปสำรวจตัวเองหน้ากระจกแต่งหน้า
วันนี้เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ และรวบผมเป็นหางม้าต่ำ ตอนนี้รู้สึกว่ายางรัดผมแน่นไปหน่อย จึงปล่อยผมลง
เส้นผมดำขลับพลิ้วไหวราวกับแพรไหม ทิ้งตัวสลวยไม่พันกัน แถมยังยาวกว่าผมเดิมของเธอจนถึงเอว
“ว้าว นี่ผมฉันจริง ๆ เหรอเนี่ย?” ซูฉิงอุทานด้วยความทึ่ง เธอรู้สึกว่าใบหน้าตัวเองดูเล็กลงด้วย เพราะผมหนาฟูมาก
พอหันหลังให้กระจกดู เธอที่เดิมก็ผอมอยู่แล้ว ยิ่งดูมีแววเป็นสาวงามจากด้านหลังขึ้นมาจริง ๆ
ไม่ใช่แค่นั้น ขนตามส่วนอื่น ๆ ของร่างกายก็เปลี่ยนไปด้วย
คิ้วเรียงตัวเป็นระเบียบ ไม่ต้องกันทรงอีกแล้ว ส่วนขนตาที่เคยสั้นและบางก็ยาวงอนหนาขึ้น ทำให้ดวงตาดูมีเสน่ห์กว่าเดิม
