ซูฉิงนึกว่าตัวเองตาฝาด จึงจ้องดูให้แน่ใจอีกสองครั้ง
“เป็นเขาจริง ๆ ด้วย”
ตอนนี้เสิ่นซิวเฉินสวมสูทตัดเย็บทรงแปลกตา ข้างในเป็นเสื้อลายดอก ผมก็ดัดมาแล้ว แถมยังไม่ได้ใส่แว่น ภาพลักษณ์สุภาพเรียบร้อยที่คุ้นเคยหายไป กลับดูมีสไตล์โดดเด่นและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
ถ้าคนรู้จักมาเห็นเข้า คงอึ้งกับสไตล์ที่เปลี่ยนไปของเขาจนทำตัวไม่ถูก
ถ้าเขาเป็นนายแบบที่นี่เหมือนกัน เขากับซูหย่าก็น่าจะรู้จักกันด้วย แต่ตอนกินข้าวทำไมดูไม่สนิทกันเลยนะ?
ไม่นานข้อสงสัยของเธอก็ได้รับคำตอบ เสิ่นซิวเฉินถ่ายแบบเสร็จแล้วลงมาดื่มน้ำ
ผู้จัดการเดินเข้าไปตบไหล่เขาเบา ๆ พลางยิ้ม “ซิวเฉิน ช่วงนี้ลำบากนายช่วยถ่ายแทนจริง ๆ รอนายแบบคนนั้นกลับมา นายก็จะได้ไปจัดการธุระของตัวเองแล้ว”
ฟังดูแล้วเสิ่นซิวเฉินคงมาช่วยถ่ายแบบชั่วคราว ไม่ใช่นายแบบประจำ
“พี่หลี่ ไม่ต้องเกรงใจครับ เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ผมพอช่วยได้” สีหน้าของเสิ่นซิวเฉินยังคงเรียบเฉย
ซูฉิงมัวแต่มองคนอื่นตลอดไม่ได้ เพราะถึงคิวถ่ายแบบของตัวเองแล้ว
พอยืนอยู่หน้ากล้อง ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลต์ ซูฉิงถึงได้รู้ว่าความประหม่าเป็นยังไง ราวกับข้อบกพร่องทุกอย่างบนร่างกายถูกเปิดเผยจนหมด
“ทำตัวตามสบายหน่อย ลองดูท่าทางจากนายแบบคนอื่นแล้วโพสตามก็ได้” ช่างภาพเตือน
“ได้ค่ะ” ซูฉิงสูดหายใจลึก พยายามวางท่าให้ดูนิ่งแล้วเปลี่ยนท่าทางไปหน้ากล้อง
ช่างภาพไม่ได้ช่วยแนะนำท่าทาง เอาแต่ถ่ายอย่างเดียว
