ทันใดนั้น ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดจงซานสีดำก็ปรากฏตัวขึ้น ดึงดูดสายตาทุกคนให้หันไปมอง
“เอ๊ะ นั่นเสิ่นซิวเฉินไม่ใช่เหรอ?”
สไตล์การแต่งตัวของเขาดูไม่เข้าพวกกับนักศึกษาคนอื่น ๆ เลย เสื้อจงซานดูเรียบขรึมแบบโบราณ แว่นตาขอบทองปิดบังดวงตาไว้บางส่วน ผมสั้นสีดำปรกหน้าผาก สันจมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางที่เม้มแน่น
“ใช่ ฉันเอง ไม่ได้เจอกันนานเลย”
การปรากฏตัวของเขาดึงดูดสายตาสาวชุดโลลิต้าไป แม้หลินเฟิงจะหล่อเหมือนกัน แต่เสิ่นซิวเฉินมีเสน่ห์เฉพาะตัว
ในมหาวิทยาลัย เสิ่นซิวเฉินก็เป็นคนดังเพราะหน้าตาดี เพียงแต่เขาไม่ได้เป็นคนเปิดเผยเท่าหลินเฟิง ดูเป็นคนเข้าถึงยากอยู่หน่อย ๆ
งานสังสรรค์ครั้งนี้ หลินเฟิงกับเพื่อน ๆ เป็นคนลากเขามาด้วย ปกติเสิ่นซิวเฉินจะไปไหนมาไหนกับเพื่อนร่วมห้องไม่กี่คนเท่านั้น
เวลาอยู่ในที่ที่คนเยอะ เขามักไม่ค่อยพูด และนั่งอยู่ริมสุดคนเดียว
พอทุกคนทยอยนั่งกันเกือบครบ ซูฉิงก็เพิ่งมาถึง
“ขอโทษนะ ปล่อยให้รอกันนานเลย”
พอหลินเฟิงได้ยินเสียงซูฉิงก็หันไปมอง ก่อนจะชะงักไป
นี่...ซูฉิงจริง ๆ เหรอ?
ปกติเธอผิวเหลืองซีดและผอมแห้ง แต่ตอนนี้กลับดูขาวขึ้นไม่น้อย ผิวหน้าก็เรียบเนียน แถมไม่ได้ใส่แว่น พอแต่งหน้าแล้วก็ดูสวยน่ารักอยู่เหมือนกัน ขาเรียวยาวตรงคู่หนึ่งสะดุดตาไม่น้อย
ถ้าเขาเพิ่งเห็นเธอในลุคนี้เป็นครั้งแรก คงไม่ถึงกับตะลึง แต่พอเทียบกับปกติแล้ว เธอดูเปลี่ยนไปจนทำให้ต้องมองซ้ำ
ดีนะที่เธอรู้จักดูแลตัวเอง ไม่ทำให้เขาขายหน้า
【ติ๊ง! คะแนนความรู้สึกดีของหลินเฟิง +2 ปัจจุบันอยู่ที่ 62】
คะแนนความรู้สึกดีของหลินเฟิงเพิ่มขึ้นเหนือความคาดหมายของซูฉิงจริง ๆ ผู้ชายก็เป็นพวกมองรูปลักษณ์กันทั้งนั้น
“โอ้โห นี่แฟนหลินเฟิงใช่ไหมเนี่ย?” เพื่อนร่วมห้องคล้องไหล่หลินเฟิงแล้วแซว “น่ารักดีนี่ ไม่น่าล่ะถึงซ่อนเงียบ ไม่ยอมพามาให้ดู”
สาวชุดโลลิต้าทักทายเธออย่างสุภาพเช่นกัน “ไฮ~ ฉันชื่อซูหย่า”
“สวัสดีทุกคน ฉันชื่อซูฉิง” ซูฉิงเก็บท่าทางห้าว ๆ แบบตอนคุยกับเพื่อนสนิท แล้วดัดเสียงให้เล็กลงนิดหน่อย
แต่สำหรับคนนอก เสียงนั้นฟังดูหวานเชียวล่ะ
ดีนะที่เสียงของเธอเพราะอยู่แล้ว
ซูฉิงเพิ่งเดินเข้าไป หลินเฟิงก็ลุกขึ้นดึงเก้าอี้ให้เธออย่างกระตือรือร้น แถมยังตบเบาะเบา ๆ “นั่งข้างฉันสิ”
เธอนั่งลงอย่างทำตัวไม่ถูก หัวใจที่เต้นแรงยังไม่สงบลงดี
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยรู้สึกเลยว่าพอปรากฏตัว ทุกคนจะหันมามองแบบนี้ แถมแต่ละคนก็ดูเป็นมิตร อย่างน้อยก็ภายนอกล่ะนะ
เมื่อก่อนเวลาอยู่ข้างสวีถิง เธอเหมือนเป็นอากาศธาตุ ไม่มีใครเป็นฝ่ายเข้ามาทัก หลินเฟิงเองก็ไม่เคยใส่ใจดูแลเธอ
ซูฉิงรู้มานานแล้วว่าโลกนี้ตัดสินกันที่หน้าตา แต่พอได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าเดิมเพียงนิดเดียว เธอก็เข้าใจเสียทีว่าทำไมบางคนถึงหลงใหลความรู้สึกแบบนี้
ถ้าวันนี้คะแนนความรู้สึกดีของหลินเฟิงขึ้นถึง 70 ได้ก็คงดี เธออยากได้น้ำยาปรับแต่งพันธุกรรม
หลังซูฉิงนั่งลง หลินเฟิงก็ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนแนะนำคนที่อยู่ตรงนั้นให้เธอฟังเสียงเบา
“สองคนนี้เป็นเพื่อนร่วมห้องฉัน คนนี้ชื่อเสิ่นซิวเฉิน อีกคนชื่อหลี่เฉียง ส่วนอีกคนเป็นรุ่นพี่ ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนรุ่นพี่”
ตอนนี้เขาลืมความคิดแรกเริ่มไปแล้ว ซูฉิงไม่ได้ทำให้เขาขายหน้า ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลิกกันเลย
แต่พอเขาขยับเข้าใกล้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็ลอยเข้าจมูกอย่างไม่ทันตั้งตัว ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมหรือแชมพู
เส้นผมสีดำเส้นหนึ่งไหวผ่าน พอก้มลงก็เห็นเรียวขาขาวผ่องของเธอใต้แสงไฟ
【ติ๊ง! คะแนนความรู้สึกดีของหลินเฟิง +1 ปัจจุบันอยู่ที่ 63】
ให้ตายสิ เมื่อก่อนเธอขาวขนาดนี้ด้วยเหรอ หรือเป็นเพราะแสงไฟกันนะ?
หลังได้ยินเสียงแจ้งเตือน ซูฉิงก็คิดในใจ: ?
เธอแกล้งทำเป็นสงบนิ่ง ยิ้มพลางพยักหน้าให้คนอื่น ๆ
พอสบตากับใครคนหนึ่ง เธอก็ชะงักไปนิดหนึ่ง
【ติ๊ง! พบชายคุณภาพสูง: เสิ่นซิวเฉิน คะแนน: 75 คะแนนความรู้สึกดีปัจจุบัน: 20】
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอเพื่อนร่วมห้องของหลินเฟิง เพราะเมื่อก่อนหลินเฟิงไม่เคยพาเธอไปเจอเพื่อน ๆ
ไม่คิดเลยว่าเพื่อนร่วมห้องของเขาก็หล่อเหมือนกัน
ที่หลินเฟิงเป็นหนุ่มหล่อประจำคณะ ก็คงเพราะเสิ่นซิวเฉินไม่ได้เรียนคณะเดียวกับเขาสินะ
ส่วนตัวประกอบอีกคน เธอไม่สนใจเลย เหมือนที่คนอื่นไม่เคยสนใจเธอ
“คะแนนความรู้สึกดีเริ่มต้นตั้ง 20 แน่ะ ดูแลตัวเองหน่อยก็ได้ผลจริง ๆ ด้วย” ซูฉิงคิดเงียบ ๆ ถ้าเป็นสภาพเมื่อก่อน แค่ 10 คะแนนก็คงยังยาก
“เอาแต่กินกับข้าวกันอยู่ได้ ดื่มกันหน่อยสิ” รุ่นพี่ชอบสร้างบรรยากาศที่สุด “มาเล่นจริงหรือกล้าดีกันไหม?”
“รุ่นพี่พูดแบบนี้ ถ้ามีคนจะกอดแฟนรุ่นพี่ รุ่นพี่ไม่โกรธเหรอ?” หลี่เฉียงแซวเหมือนพูดเล่น
“ไม่ใช่ฉันคนเดียวสักหน่อยที่พาแฟนมา อีกอย่าง ถ้านายกอดแฟนฉัน ฉันก็จูบนาย ใครกลัวใครล่ะ?” รุ่นพี่ดื่มไปเยอะแล้ว พูดจาเริ่มไม่รู้เรื่อง
หลี่เฉียงสวนกลับ “ไปไกล ๆ เลย!”
ซูหย่าก็ตีรุ่นพี่เบา ๆ ทีหนึ่ง แล้วพูดว่า “น่าเกลียด”
แรงตีไม่ได้มากอะไร กลับดูเหมือนหยอกกันเสียมากกว่า รุ่นพี่ยิ่งหัวเราะชอบใจ
เห็นคู่รักคู่นั้นทำตัวหวานใส่กัน หลินเฟิงก็เผลอหันไปมองซูฉิง
เธอนั่งหลังตรง ยิ้มมองพวกเขาพูดคุยหัวเราะกัน ดูราวกับเป็นแค่ตัวประกอบ
จิ๊งั้นสิ จริง ๆ แต่งหน้าก็ดูดีขึ้นมาได้ แต่เธอไม่รู้จักสร้างบรรยากาศเลย พูดง่าย ๆ ก็คือน่าเบื่อ ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่รู้จักอ้อน
หลินเฟิงเริ่มลังเลอีกครั้ง คิดว่าจะไปงานจับคู่สุดสัปดาห์นี้ดีไหม
ตอนนั้นเกมจริงหรือกล้าก็เริ่มขึ้นแล้ว ขวดเหล้าหมุนไปหนึ่งรอบ ก่อนปากขวดจะชี้ไปทางเสิ่นซิวเฉิน
“คนแรกก็สุ่มโดนเทพบุตรเย็นชาของเราเลย!” หลี่เฉียงส่งเสียงโห่แซว แล้วคล้องไหล่เสิ่นซิวเฉิน “จริงหรือกล้า นายเลือกเองหรือให้ฉันเลือก?”
“เอากล้าเลย ๆ!” ซูหย่าปรบมือเชียร์อยู่ข้าง ๆ เธอก็ชอบดูท่าทางทำอะไรไม่ถูกของเสิ่นซิวเฉินเหมือนกัน
เสิ่นซิวเฉินแค่นั่งกินข้าวเงียบ ๆ อยู่ดี ๆ ก็โดนสุ่มได้ เขาจึงยักไหล่อย่างจนใจ “เอาจริงละกัน”
ไม่มีเครื่องจับเท็จ ใครจะรู้ว่าพูดจริงหรือเปล่า แต่ถ้าเลือกกล้า ก็ต้องลงมือทำจริง ๆ
“ได้ ฟังคำถามให้ดี” หลี่เฉียงกระแอม “ในบรรดาผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนี้ มีใครเป็นสเปกนาย?”
“นายมันร้ายจริง ๆ คิดไปคิดมาก็มีผู้หญิงแค่สองคนเอง อยากก่อสงครามโลกหรือไง?” หลินเฟิงกระทุ้งศอกใส่เขา
“นั่นสิ ใครอยากรู้เรื่องแบบนี้กัน” ซูหย่าก็เริ่มไม่พอใจ “ซูฉิง เธอก็คิดเหมือนกันใช่ไหม?”
ซูฉิงพยักหน้า หัวเราะแห้ง ๆ โดยไม่ได้ออกความเห็นอะไร
ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากพูด แต่เธอพูดไม่เป็น แทรกเข้าไปในวงสนทนาไม่ได้ ถนัดแค่เป็นผู้ฟังเงียบ ๆ
“พอเถอะ งั้นฉันเปลี่ยนเป็นกล้าก็ได้” เสิ่นซิวเฉินพูดช่วยคลี่คลายสถานการณ์
“งั้นเอาแบบนี้...สุ่มเลือกคนหนึ่ง แล้วป้อนคุกกี้ให้อีกฝ่าย”
“แค่นี้เองเหรอ?” หลินเฟิงหัวเราะหยัน รู้สึกว่านี่ไม่เห็นจะกล้าอะไรตรงไหน
หลี่เฉียงเสริมว่า “ป้อนด้วยปากนะ”
เสียงโห่ดังขึ้นรอบวง คนส่วนใหญ่ดื่มกันจนกรึ่มแล้ว เลยเล่นกันได้เต็มที่ มีแค่ซูฉิงที่รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
ถ้าสุ่มโดนเธอจะทำยังไง?
ขวดเหล้าเริ่มหมุนอีกครั้ง คราวนี้ปากขวดค่อย ๆ หยุดลงตรงตำแหน่งของซูฉิง
รอยยิ้มที่มุมปากหลินเฟิงหุบลงทันที
