หลินเฉวียนกวาดตามองฝูงชนเบื้องล่าง ก่อนเอ่ยปากขึ้น
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขบวนรถจะมีกติกาสามข้อ”
ฝูงชนเงียบลง
“ข้อแรก ห้ามฆ่าคน วางเพลิง ปล้นชิง หรือข่มขืนกันในขบวนรถ ใครฝ่าฝืนก็มีจุดจบเหมือนคนทั้งห้าคนเมื่อครู่นี้”
ไม่มีใครพูดอะไร แต่หลายคนต่างพยักหน้า
“ข้อสอง ขบวนรถจะบริหารแบบทหาร คนเร่ร่อนทั้งหมดแบ่งเป็นห้ากองใหญ่ แต่ละกองใหญ่แบ่งออกเป็นสามกองเล็ก หัวหน้ากองใหญ่กับหัวหน้าหน่วยเล็ก ฉันจะเป็นคนแต่งตั้ง ทุกคนต้องถูกจัดเข้ากองใหญ่ ห้ามตกหล่นแม้แต่คนเดียว”
ด้านล่างมีคนกระซิบกระซาบกัน แต่เสียงเบามาก และไม่นานก็เงียบลง
“ข้อสาม เสบียงที่เก็บมาได้ทั้งหมดครึ่งหนึ่งต้องส่งให้กองใหญ่ และกองใหญ่จะให้ความช่วยเหลือกับความคุ้มครองในยามจำเป็น”
พอได้ยินข้อนี้ คนเร่ร่อนกลับมีท่าทีสงบที่สุด เมื่อก่อนตอนอยู่กับหลี่หลิวก็ต้องส่งเสบียงครึ่งหนึ่ง ตอนนี้ก็ยังครึ่งหนึ่งเหมือนเดิม แต่เพิ่มความช่วยเหลือกับความคุ้มครองเข้ามาด้วย คิดอย่างไรก็ไม่ขาดทุน
หลินเฉวียนเริ่มประกาศรายชื่อหัวหน้ากองใหญ่ หลี่หมิน เกาเหวย จ้าวหมิง หวังเห่า และพานอ้วน ต่างรับตำแหน่งหัวหน้ากองใหญ่คนละกอง ส่วนลูกน้องของแต่ละคนจะรับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเล็ก
เจียงอิ่งเดินออกมาจากด้านข้าง พยักหน้าให้หลินเฉวียน
เจียงอิ่งฟังกติกาสามข้อของหลินเฉวียนจนจบ สีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มแม้แต่คำเดียว เธอรู้ดีว่าความสามารถของตัวเองอยู่ที่การรับรู้ ไม่ถนัดต่อสู้และไม่เก่งเรื่องบริหารจัดการ ก่อนหน้านี้มีหลี่หลิวอยู่ เธอแค่รับผิดชอบสำรวจเส้นทาง เรื่องอื่นไม่ต้องกังวล ตอนนี้หลี่หลิวตายแล้ว หลินเฉวียนก็ขึ้นมาแทน อยากได้คนก็มีคน อยากได้น้ำยาก็มีน้ำยา อยากใช้เล่ห์เหลี่ยมก็มีเล่ห์เหลี่ยม ในมือเธอไม่มีไพ่ใบไหนที่จะเอาไปต่อกรกับหลินเฉวียนได้เลย
รอจนหลินเฉวียนเดินลงจากขั้นบันได เจียงอิ่งถึงค่อยเดินเข้าไปหา
“เรื่องบริหารจัดการฉันไม่ถนัด คุณจัดการเถอะ” น้ำเสียงของเธอตรงไปตรงมา แต่หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ต้องแบ่งกองใหญ่ให้ฉันกองหนึ่ง ให้จ้าวเสี่ยวหรงเป็นหัวหน้ากองใหญ่ ส่วนเรื่องจัดสรรเสบียงกับจัดคนก็ให้เธอเป็นคนตัดสินใจเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาใช่ไหม”
