ท่านกั๋วกงเซียวสีหน้าไม่เปลี่ยน แสร้งพูดต่อไปว่า "เจ้าก็เห็นแล้ว ว่าตระกูลเซียวเป็นเช่นไร ที่นี่เป็นเช่นไร"
"ฝนตกทีไรหลังคาก็รั่ว ลานบ้านเต็มไปด้วยโคลนตม แต่ข้าคิดว่าเรื่องนี้คงไม่ต้องให้ข้าพูด" เขามองเรือนอันเตี้ยทรุดโทรม น้ำเสียงราบเรียบ "เจ้าเป็นคนเลี้ยงน้องสาวมาด้วยมือตัวเอง เจ้ารู้ดีที่สุดว่า นางใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างไร"
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น
แต่ท่านกั๋วกงเซียวดูทีท่าจะไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้ ค่อย ๆ เอ่ยปาก "ถ้าข้าจำไม่ผิด มารดาของเจ้าร่างกายไม่ดี ต้องกินยาเป็นประจำทุกปี เรือนอันทรุดโทรมเย็นชื้นเช่นนี้ จะเลี้ยงร่างกายให้ดีได้อย่างไรกัน"
"งานที่เจ้าทำอยู่ในเมืองนั้น จะสามารถให้ชีวิตที่ดีแก่น้องสาวและมารดาของเจ้าได้ชีวิตที่ดีแบบไหน..."
"พอได้แล้ว" ชีอวี่เอ่ยเสียงแหบ คุมความโกรธไว้แล้วขัดขึ้น
ชายหนุ่มถูกพูดจี้จุดอ่อนทีละคำ ท่าทางเริ่มระแวดระวังเป็นพิเศษ สังเกตดี ๆ ยังสัมผัสได้ถึงความอึดอัดใจที่น่าหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย
ท่านกั๋วกงเซียวเห็นดีเห็นงามก็หยุดพูด ไม่เอ่ยอะไรต่อไปอีก เขารู้ดีว่าคำพูดพวกนี้ต้องถูกจุดเจ็บปวดของชีอวี่แน่นอน
เขามองชายหนุ่มที่หัวอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ในที่สุดก็ลดน้ำเสียงลง "ชีอวี่ ข้าไม่บังคับเจ้า พรุ่งนี้ข้าจะไม่มารบกวนอีก แต่สิ่งที่ข้าพูดในวันนี้ หวังว่าเจ้าจะคิดให้ดี ๆ ถือเสียว่าเพื่อน้องสาวและมารดาของเจ้าก็แล้วกัน"
"อีกอย่าง ข้าหวังเหลือเกินว่าเจ้าจะกลับมาตระกูลเซียว เจ้า...มารดาที่แท้จริงของเจ้ากับข้าต่างก็คิดเช่นนี้ มีเพียงเจ้ากลับมาเท่านั้น ถึงจะปกป้องพวกนางได้ดียิ่งขึ้น"
