ท่านหญิงกั๋วกงอยากจะเอ่ยปาก แต่ท่านกั๋วกงเซียวพูดต่อไปก่อนแล้ว “เขา...เขาบอกข้าเรื่องหนึ่ง”
ท่านหญิงกั๋วกงขนตาสั่นระริก ความกระวนกระวายในใจยิ่งทวีขึ้น เธอเอ่ยปากออกไปแทบไม่ทันคิด “เรื่องอะไร?”
“ขอโทษ”
ท่านกั๋วกงเซียวกล่าวขอโทษซ้ำอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่เคร่งขรึมเฉียบขาดมาโดยตลอด เต็มไปด้วยความผิดและความเจ็บปวด แววตาก็ดูเหมือนจะชุ่มไปด้วยน้ำตา ทำให้ท่านหญิงกั๋วกงถึงกับชะงักงัน
เธออดที่จะถอยหลังหนึ่งก้าวไม่ได้ จู่ ๆ ท่านหญิงกั๋วกงก็ไม่อยากฟังเขาพูดต่อไป เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นสามีเป็นเช่นนี้ จู่ ๆ เธอก็หวาดกลัวเป็นพิเศษ กลัวว่าพอได้ยินเข้า เรื่องมันจะไม่มีทางแก้ไขได้อีกต่อไป
แต่ก็สายไปเสียแล้ว ท่านกั๋วกงเซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เช่ออวี้”
“ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ลูกของเรา”
...
ทั้งที่ฝนไม่ได้ตก แต่ข้างหูของท่านหญิงกั๋วกงกลับราวกับมีเสียงฟ้าร้องกัมปนาทระเบิดดังสนั่น สั่นสะเทือนจนหัวใจเธอเต้นดังราวกับตีกลอง ว้าวุ่นจนคิดอะไรไม่เป็นระเบียบ ร่างกายเธอสั่นเทิ้ม ตัวสั่นไม่หยุด เธอเบิกตากว้างด้วยความตะลึง ถอยหลังไปสองสามก้าว
ท่านกั๋วกงเซียวอยากจะเดินเข้าไปหา แต่กลับถูกเธอหลบเลี่ยง
ใบหน้าเธอซีดเผือด เงยหน้าขึ้น ในที่สุดก็หาความกล้าที่จะเอ่ยถาม “หมายความว่ายังไง?”
เธออยากจะบอกว่าเธอไม่เข้าใจ
เธอฟังไม่รู้เรื่อง
ทำไมลูกของตัวเองถึงต้องถูกบอกว่าไม่ใช่ลูกของตัวเอง?
“ลูกของเรา ถูกเว่ยเสียนสลับตัวไป” ท่านกั๋วกงเซียวไม่สามารถปิดบังต่อไปได้อีก ท่านหญิงกั๋วกงเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดลูก ไม่มีใครเข้าใจความเจ็บปวดนี้ได้ดีไปกว่าเธออีกแล้ว
