วันต่อมา ข่าวการตายของตู้หงแพร่ไปทั่วเมืองชิ่งหยางอย่างที่คาดไว้
เมื่อเผิงปั๋วได้ยินเรื่องนี้ก็เดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ ใบหน้าเขาเขียวคล้ำด้วยโทสะ ถึงกับบีบถ้วยชาในมือจนแหลกเป็นผุยผง!
คราวนี้ผู้ที่สั่งให้เขาจัดเตรียมสินค้าชั้นดีคือบุคคลใหญ่โตผู้หนึ่งในนครหลวง ยามนี้ตู้หงถูกฆ่าตายเสียแล้ว แหล่งสินค้าที่เหลือจะให้เขาไปหามาชดเชยได้จากที่ใด?
ยิ่งไปกว่านั้น หากจัดการเรื่องนี้ไม่ดีจนทำให้คนผู้นั้นขุ่นเคือง ต่อไปเขาคงเข้าเมืองหลวงได้ยาก ที่สำคัญที่สุดคืออีกฝ่ายครอบครองเคล็ดวิชายุทธ์ที่เขาต้องการอยู่
“สืบ! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน ก็ต้องตามหาตัวคนลงมือให้พบ!” เผิงปั๋วตวาดลั่นด้วยโทสะ
“คนของกองปราบยุทธ์ทุกคน ใครที่ยังหายใจอยู่ จงกลับมาสืบคดีตู้หงถูกฆ่าเดี๋ยวนี้!”
เมื่อคำสั่งถูกประกาศออกไป คนของกองปราบยุทธ์ทั้งหมดก็เริ่มเคลื่อนไหว
หลี่ฝานกำลังดื่มน้ำแกงไก่ที่หูเตี๋ยตุ๋นให้เขาอยู่ในบ้าน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงกีบม้าดังมาจากนอกลาน ตามด้วยเสียงตะโกนว่า “ผู้บัญชาการหลี่อยู่หรือไม่?!”
“มีเรื่องอันใด?” หลี่ฝานเดินออกจากประตูลาน พลางขมวดคิ้วถาม
“ใต้เท้าเผิงมีคำสั่งให้ผู้บัญชาการกองพันของกองปราบยุทธ์ทุกคนไปรวมตัวกันที่ศาลาว่าการในอีกหนึ่งก้านธูป ห้ามมาสาย มิฉะนั้นจะลงโทษตามกฎทหาร!”
“ได้ ข้าจัดการธุระสักครู่แล้วจะไป”
เสียงกีบม้าค่อย ๆ ห่างออกไป หูเตี๋ยเดินตามออกมาด้วยสีหน้ากังวล “ต้าหลาง ทางการเรียกตัวด่วนเช่นนี้ เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นหรือ หรือจะให้เจ้าเดินทางไกลอีกแล้ว?”
หลี่ฝานหันกลับมายิ้ม พลางส่ายหน้า “ไม่หรอก ไม่มีเรื่องใหญ่อะไร ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับ”
หลี่ฝานรู้สาเหตุอยู่ก่อนแล้ว เผิงปั๋วร้อนใจเพราะการตายของตู้หง
