หลังจากทุกคนกลับมา เรื่องที่หลี่ฝานได้เป็นผู้บัญชาการกองพันแห่งกองปราบยุทธ์ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินข่าว ชาวบ้านต่างพากันยินดีกับเขา เสียงฆ้องกลองดังครึกครื้นไปทั่วหมู่บ้าน
แต่ละครัวเรือนนำเนื้อบ้าง ธัญพืชบ้างมาร่วมกันจัดงานเลี้ยงให้หลี่ฝาน
เมื่อหูเตี๋ยได้ยินข่าว นางก็ตื่นเต้นยิ่งนัก “ต้าหลาง ท่านเก่งกาจจริง ๆ บัดนี้ได้เข้าทำงานในที่ว่าการแล้ว ต่อไปชีวิตพวกเราก็จะสุขสบายขึ้น!”
แม้ในใจหลี่ฝานจะรู้สึกถึงลางร้ายบางอย่างอยู่รำไร แต่เขาก็ยังยิ้มให้ภรรยาแล้วกล่าวว่า
“ใช่แล้ว เมื่อไปใช้ชีวิตในเมืองก็มีหลักประกัน ทั้งยังปลอดภัยกว่าอยู่หมู่บ้านหลิ่วซู่มาก”
“อืม เมื่อชีวิตมั่นคงแล้ว ข้าก็ต้องให้กำเนิดบุตรชายหญิงแก่ต้าหลาง” พอกล่าวถึงตรงนี้ หูเตี๋ยก็เขินอายจนก้มหน้าลงเล็กน้อย
หลี่ฝานกุมมือภรรยาผู้แสนดี แล้วพยักหน้าช้า ๆ “อืม ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น”
……
ไม่นาน ลานนวดข้าวก็ถูกจัดเป็นที่เลี้ยงฉลอง
ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านกล่าวคำยินดีไม่ขาดปาก เว่ยต้าลี่ ฉินชิงซาน และหลี่เทียนเว่ยทั้งสามต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจไปด้วย
ระหว่างงานเลี้ยง หลี่ฝานยังสอนทั้งสามว่าต่อไปควรบริหารหมู่บ้านหลิ่วซู่อย่างไร พวกเขาก็พยักหน้ารับไม่หยุด
งานเลี้ยงดำเนินไปเกือบสองชั่วยาม กว่าทุกคนจะแยกย้ายกันก็ล่วงเข้าสู่ยามดึก
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลี่ฝานเก็บสัมภาระใส่อานม้าศึกที่ยึดมาได้ก่อนหน้านี้ แล้วพาหูเตี๋ยออกเดินทางจากบ้าน
ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านหลิ่วซู่ คนทั้งหมู่บ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างมารออยู่ที่นั่นแล้ว
เมื่อเหล่าผู้เฒ่ามองหลี่ฝาน ต่างก็หลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตัน เพราะตอนที่พวกเขากำลังจะอดตาย เป็นต้าหลางแห่งตระกูลหลี่ที่ช่วยชีวิตทุกคนไว้
“พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย ไม่ต้องทำถึงเพียงนี้หรอก ปีแล้งอาหารขาดแคลน ข้าเองก็อาศัยทุกคนจึงผ่านพ้นฤดูหนาวมาได้ บัดนี้แม้ครอบครัวข้าจะจากไป แต่ก็ทิ้งอาหารและเครื่องดื่มไว้ให้ทุกคนแล้ว ขอฝากพ่อแม่พี่น้องช่วยดูแลบ้านเก่าของข้าด้วย”
