แบกตะกร้าสานไม้ไผ่ใส่สมุนไพรไว้บนหลัง ที่เอวเหน็บดาบล่าสัตว์ซึ่งขัดจนเงาวับไว้เล่มหนึ่ง และม้วนเชือกป่านไว้อีกวง
หลี่ฝานมองไปยังเทือกเขากว้างใหญ่ไพศาลที่ปกคลุมด้วยหิมะอยู่ไกลออกไป
ฉินชิงซานยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านอีกสิบกว่าคน
“พี่ฝาน ท่านเข้าภูเขาไปเพียงลำพัง อันตรายเกินไป มิสู้ให้พวกข้าพี่น้องไปเป็นเพื่อน อย่างน้อยจะได้ช่วยกันดูแลและช่วยท่านสำรวจเส้นทาง!”
“ใช่แล้วพี่ฝาน ได้ยินมาว่าในส่วนลึกของภูเขาต้าหลงมีของไม่ธรรมดาอยู่ ท่านไปคนเดียวจะอันตรายเกินไปหรือไม่?”
“พี่หลี่ฝาน พวกเราจะคอยเปิดทางและระวังภัยให้ รับรองว่าจะไม่สร้างปัญหาให้ท่าน!”
ทุกคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ พวกเขาตั้งใจอยากติดตามหลี่ฝานไปด้วยจริง ๆ
หลี่ฝานเคยยื่นมือช่วยหมู่บ้านหลิ่วซู่ไว้หลายครั้ง ทั้งยังจัดการปัญหานับไม่ถ้วน จนกลายเป็นหลักใจของคนทั้งหมู่บ้านไปนานแล้ว
เมื่อเขาจะบุกเข้าไปในหุบเขาลึกเพียงลำพัง ทุกคนย่อมอดเป็นห่วงไม่ได้
ทว่าหลี่ฝานกลับส่ายหน้าให้กับความหวังดีของทุกคน
“ไม่ต้องหรอก อาการป่วยของหูเตี๋ยรอช้าไม่ได้ ฝีเท้าของข้าเร็วกว่าพวกเจ้า รับมือเหตุไม่คาดฝันก็สะดวกกว่า พาพวกเจ้าไปด้วยกลับจะไม่คล่องตัว”
“ทุกคนอยู่เฝ้าหมู่บ้านให้ดี แค่นี้ก็ช่วยข้าได้มากที่สุดแล้ว”
ฉินชิงซานยังอยากโน้มน้าวต่อ แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดที่จวนจะหลุดจากปากกลับลงไป
เขารู้ว่าหลี่ฝานพูดถูก ฝีมือของพวกเขาด้อยกว่าอีกฝ่ายมาก หากเข้าไปในภูเขาก็คงเป็นภาระเสียเปล่า
“พี่ฝาน ท่านต้องระวังตัวให้มาก รีบไปรีบกลับนะ!” ฉินชิงซานพยักหน้าอย่างหนักแน่น กำชับด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างก็พากันเตือนหลี่ฝานให้ระวังตัว
