“ในเมื่อพวกเจ้าทั้งสามตัดสินใจติดตามข้า ต่อจากนี้ก็ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน”
หลี่ฝานคีบเนื้อให้เด็ก ๆ ในแต่ละครอบครัว ก่อนหันไปกล่าวกับชายหนุ่มทั้งสามด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ข้าไม่มีทางปล่อยให้พวกเจ้าลงแรงเสี่ยงชีวิตเปล่า ๆ วันหน้าหากเข้าป่าล่าสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่ล่าได้หรือหนังสัตว์ เงินที่ขายได้ ข้าจะแบ่งให้พวกเจ้าส่วนหนึ่งแน่นอน แต่มีข้อห้ามอยู่หลายข้อ พวกเจ้าต้องจดจำให้ขึ้นใจ!”
เว่ยต้าลี่ทั้งสามพลันมีสีหน้าเคร่งขรึม ประสานมือค้อมกายพร้อมกัน “พี่ฝานโปรดชี้แนะ”
“ข้อแรก ห้ามข่มเหงรังแกคนในครอบครัวและเพื่อนบ้าน เพียงเพราะตนมีกำลังเหนือกว่า หรืออาศัยอำนาจรังแกผู้อื่น”
“ข้อสอง หากศัตรูจากภายนอกรุกราน ทุกคนต้องทำตามคำสั่ง ร่วมแรงร่วมใจกันรับมือภัยอันตราย”
“ข้อสาม ห้ามคิดร้ายเป็นอันขาด หากลอบสมคบโจรหรือคบคิดกับคนนอกมาทำร้ายหมู่บ้านหลิ่วซู่ ข้าหลี่ฝานจะไม่ละเว้นเป็นอันขาด!”
“พวกข้าขอสาบานว่าจะยึดถือกฎที่พี่ฝานตั้งไว้ไปชั่วชีวิต!” ทั้งสามรับคำพร้อมกันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“นั่งลงเถิด เริ่มกินกันได้” หลี่ฝานโบกมือ
ทุกคนจึงทยอยนั่งลง ตักเนื้อตุ๋นร้อนฉ่าลงชามใบใหญ่
ไอร้อนลอยกรุ่นขึ้นมา กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อคลุ้งอยู่ในปาก ชาวบ้านที่ไม่ได้กินอิ่มมานานและแทบไม่ได้แตะเนื้อ ต่างมีความยินดีฉายชัดบนใบหน้า
เสียงหัวเราะพูดคุยดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย บรรยากาศในลานบ้านครึกครื้นขึ้นเรื่อย ๆ
ทว่าเพิ่งกินเลี้ยงกันไปได้ครึ่งเดียว จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าสับสนดังมาจากนอกประตู
ชายหญิงทั้งเด็กและคนชราหลายสิบคนจากหมู่บ้านหลิ่วซู่พากันมาเกาะกำแพงดิน ชะเง้อมองเข้ามาด้านใน แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉา
