“ต้าหนิว ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านลือกันไปหมดว่า หลี่ฝานสังหารเสือแผลเป็น หัวหน้าโจรด้วยมือตัวเอง ฝีมือสูงส่งนัก ได้ยินว่าจากที่ว่าการอำเภอมีข่าวแพร่ออกมาว่าเขาก้าวเข้าสู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์แล้วด้วย! พวกเราจะเป็นปรปักษ์กับเขาจริงหรือ?”
“กลัวแล้วหรือ? กลัวก็ไสหัวไปสิ ถ้าบ้านเจ้ามีเสบียงเหลือกินเหลือใช้ ตอนนี้ก็ไสหัวออกไปได้เลย!”
เฉาต้าหนิวหัวเราะเยาะ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความดูแคลน
“ข้าว่าหลี่ฝานคงแค่แมวตาบอดจับหนูตายได้เท่านั้น! ยิงธนูดอกเดียวสังหารเสือแผลเป็นได้ ก็แค่โชคดีล้วน ๆ!”
“ถ้าเขามีฝีมือเหนือมนุษย์จริง เหตุใดต้องเรียกคนทั้งหมู่บ้านไปล่าสัตว์ด้วยเล่า? ล่าเองแล้วครอบครองเหยื่อทั้งหมดไม่ดีกว่าหรือ?”
“พูดไปพูดมา หลี่ฝานก็ไม่มีความสามารถพอหรอก ได้แต่ฉวยโอกาสอาศัยคนอื่นสร้างชื่อ แล้วกอบโกยส่วนแบ่งก้อนโต! มีแต่พวกโง่เท่านั้นที่ถูกเขาหลอก ยอมออกแรงให้!”
“ต้าหนิวพูดถูกต้องที่สุด! ข้าก็ว่าเขาคิดเช่นนั้น!” เหอเหล่าซานกล่าว ใบหน้าซูบตอบฉายแววเหยียดหยาม
“แต่เนื้อสัตว์จำนวนมากที่กักตุนไว้ในบ้านเขาเป็นของจริง เรื่องนี้จะอธิบายอย่างไร?” ยังคงมีคนสงสัย
“คงโชคดีเก็บมาได้กระมัง ไม่อย่างนั้นเนื้อหมูติดมันนั่นดูแล้วหนักตั้งเจ็ดแปดร้อยชั่ง พวกเจ้าเคยเห็นใครมีฝีมือถึงขั้นล่ามันได้ตามลำพังหรือ?”
เฉาต้าหนิวกอดอก น้ำเสียงยิ่งดูแคลนกว่าเดิม
“ได้ยินว่าใต้เท้านายอำเภอคิดจะแต่งตั้งเขาเป็นผู้ดูแลหมู่บ้าน เขายอมทุ่มทุนมหาศาลเพื่อดึงชาวบ้านให้สนับสนุน คงหวังเรื่องนี้นี่แหละ!”
เหอเหล่าซานหัวเราะขึ้นมา “พวกเจ้าอาจไม่รู้ พี่เขยลูกพี่ลูกน้องห่าง ๆ ของข้าเป็นเสมียนที่ว่าการอำเภอ หลังนายอำเภอส่งหนังสือเสนอชื่อไปยังที่ว่าการมณฑล ก็ถูกผู้ว่าการมณฑลปัดตกทันที!”
“คราวนี้หลี่ฝานคงเสียทั้งเมียทั้งทหาร ได้แต่ตักน้ำใส่ตะกร้า!”
