แขนข้างหนึ่งถูกฟันขาด วิญญาณมารได้รับบาดเจ็บ สีหน้าของผู้บำเพ็ญมารผู้นั้นจึงเผยความหวาดกลัวออกมา
เห็นได้ชัดว่าผู้บัญชาการกองพันแห่งกองปราบยุทธ์ตรงหน้าใช้เรี่ยวแรงจนถึงขีดจำกัดแล้ว ที่ยังฝืนยืนหยัดอยู่ได้ก็เพราะใช้วิชาลับบางอย่าง
แต่ตนหมดหนทางแล้ว หรือจะพูดให้ถูกก็คือไม่กล้าเสี่ยงเดิมพันอีกต่อไป!
พลังต่อสู้ของคนผู้นี้น่าสะพรึงกลัวเกินไป หากยังพัวพันต่อไป ตนต้องมีชะตาไม่ต่างจากศิษย์ร่วมสำนักที่ตายไปก่อนหน้า วิญญาณดับสูญเป็นแน่!
“ถอย!”
ผู้บำเพ็ญมารแขนขาดไม่กล้าคิดสู้ต่อแม้แต่น้อย เขาข่มความเจ็บปวดสุดแสนแล้วคำรามลั่น ไอมารทั่วร่างพลันปะทุขึ้น โอบหุ้มร่างที่บอบช้ำของตน ก่อนแปรเป็นเงาดำสายหนึ่ง พุ่งหนีอย่างบ้าคลั่งเข้าไปในป่าทึบบริเวณหลังเขาโดยไม่สนสิ่งใด
เมื่อเห็นศิษย์พี่ที่มาช่วยตนตายไปคนหนึ่งและบาดเจ็บอีกคน ผู้บำเพ็ญมารก็รู้ดีว่าสถานการณ์พลิกกลับไม่ได้แล้ว
อีกทั้งพลังปราณโลหิตและแก่นมารก็หมดสิ้นไปนานแล้ว ตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนตรงหน้า หากยังรั้งอยู่ที่นี่ต้องตายแน่นอน
เขาเหลือบมองหลี่ฝานที่ยืนโงนเงน ร่างกายอ่อนล้าจนแทบสิ้นแรง ดวงตาดำกลวงคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต เกลียดชัง และจิตสังหารกระหายเลือดอย่างถึงที่สุด
“ไอ้หนู เจ้าชื่อหลี่ฝาน เป็นผู้บัญชาการกองพันแห่งกองปราบยุทธ์ชิ่งหยางใช่หรือไม่? ข้าจำเจ้าไว้แล้ว!”
“เจ้าฆ่าศิษย์ร่วมสำนักของข้า ทำลายวรยุทธ์ศิษย์พี่ข้า สักวันข้าจะล้างตระกูลเจ้าให้สิ้น! ทุกคนที่อยู่ข้างกายเจ้าจะต้องตายอย่างอนาถ ถูกวิชามารทรมานจนแสนสาหัส และไม่ได้ผุดได้เกิดชั่วกัปชั่วกัลป์! ข้าจะทำให้เจ้ามีชีวิตอยู่กับความหวาดกลัวและความเสียใจไปทุกวันคืน!”
