คำว่า ‘จุดสูงสุดของขั้นปรมาจารย์ใหญ่’ ราวกับภูเขาลูกมหึมาที่กดทับลงบนศีรษะของหลี่ฝาน
หลี่ฝานจ้องใยแมงมุมที่เพิ่งถักขึ้นใหม่บนขื่อเหนือศีรษะ พลางทบทวนเรื่องราวที่คิดคำนวณซ้ำไปซ้ำมาตลอดช่วงนี้อีกครั้ง
วิชาลับเผาโลหิตเป็นวิธีระเบิดพลังโดยใช้พลังปราณโลหิตเป็นเชื้อเพลิง เมื่อใช้เผาโลหิตขั้นสาม พลังต่อสู้ของเขาจะพุ่งขึ้นถึงระดับปรมาจารย์ได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
หากเสริมด้วยเจตจำนงดาบที่มุ่งเดินหน้าสุดกำลัง เขาก็พอจะต่อกรกับศัตรูที่ต่ำกว่าขั้นปรมาจารย์ใหญ่ได้
ทว่าเผิงปั๋วอยู่ในขั้นปรมาจารย์ใหญ่ระดับสูงสุด สูงกว่าเขาถึงสองขอบเขตใหญ่เต็ม ๆ
ขอบเขตใหญ่แต่ละขั้นเปรียบเสมือนหุบเหวสวรรค์ที่ยากข้าม สองขอบเขตใหญ่ยิ่งห่างกันราวฟ้ากับดิน
ต่อให้ใช้เผาโลหิตขั้นสามและปลดปล่อยเจตจำนงดาบเต็มกำลัง อย่างมากก็ทำได้เพียงฟันอีกฝ่ายให้บาดเจ็บ ไม่มีทางสังหารได้แน่นอน และทันทีที่ฤทธิ์เผาโลหิตหมดลง พลังปราณโลหิตก็จะเหือดแห้ง ถึงตอนนั้นเขาคงไม่ต่างจากปลาบนเขียง...
“ห่างกันถึงสองขอบเขตใหญ่...” หลี่ฝานพึมพำกับตนเอง
“ไม่ใช่แค่เอาชีวิตเข้าแลกแล้วจะชดเชยช่องว่างนี้ได้ง่าย ๆ”
เว้นเสียแต่... ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในสมองของเขา ก่อนจะถูกกดลงไปทันที
การสังหารคนทำให้เขาได้รับพลังปราณโลหิต
ยิ่งคนที่สังหารแข็งแกร่งเท่าไร ค่าพลังปราณโลหิตที่ได้รับก็ยิ่งมาก เมื่อนำมาหลอมรวมเข้ากับร่างกาย ก็จะทะลวงขั้นได้
หลี่ฝานกำหมัดแน่น ก่อนจะส่ายหน้า
ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดถึงเส้นทางนี้ คนที่เขาสังหารล้วนสมควรตายทั้งสิ้น
แต่พลังโลหิตที่ได้จากการสังหารคนชั่ว กับพลังปราณโลหิตมหาศาลที่ได้จากการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์นั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
