ทั่วทั้งคฤหาสน์ ไม่ว่าจะเป็นใต้ระเบียง ห้องข้าง หรือตามมุมต่าง ๆ ของลานบ้าน หลี่ฝานตรวจค้นทุกซอกทุกมุมจนทั่ว เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเล็ดลอดไปได้แม้แต่คนเดียว เขาถอนรากถอนโคนได้อย่างแท้จริง สะอาดหมดจด
ท้ายที่สุด หลี่ฝานจึงเดินไปยังเรือนหลักกลางคฤหาสน์
ภายในเรือนหลัก แสงเทียนสลัวส่องประกายอบอุ่นจาง ๆ
หลัวหมิงยังไม่เข้านอน เวลานี้เขานั่งอยู่หน้าโต๊ะ มือถือจดหมายลับม้วนหนึ่ง คิ้วขมวดเล็กน้อย คล้ายกำลังอ่านทบทวนและครุ่นคิดอย่างละเอียด
เสียงเข่นฆ่าและเสียงกรีดร้องที่ดังต่อเนื่องมาจากนอกลาน ได้ลอยเข้ามาถึงเรือนหลักอย่างชัดเจนแล้ว
ทว่าหลัวหมิงกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ถึงขั้นไม่ลุกขึ้นไปดู ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เพียงแววเย็นเยียบและเคร่งขรึมวูบผ่านส่วนลึกในดวงตา
คนของเขาถูกกำจัดจนหมดสิ้น เรื่องนี้เขารู้แน่ชัดมาตั้งแต่หนึ่งเค่อก่อนแล้ว
ผู้มาเยือนสามารถสังหารองครักษ์ชั้นยอดสิบกว่าคนในลานของเขาได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งยังฝ่าการเฝ้าระวังหลายชั้นเข้ามาในคฤหาสน์ที่มีการคุ้มกันแน่นหนาได้อย่างไร้สุ้มเสียง
เช่นนั้นแล้ว ผู้มาเยือนย่อมเป็นยอดฝีมือที่มีพลังอย่างน้อยขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ระดับสูงสุด
แต่ถึงแม้จะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อเห็นคนที่ผลักประตูเข้ามาคือหลี่ฝาน หลัวหมิงก็ยังอดไม่ได้ที่จะคว้าที่วางแขนทั้งสองข้างไว้แน่น ก่อนเอ่ยเสียงสั่นเครือว่า
“อะไรนะ?! เป็นเจ้าได้อย่างไร?!”
“ไม่... เป็นไปไม่ได้! ลัทธิเพลิงศักดิ์สิทธิ์มีผู้เชี่ยวชาญมากมาย แม้แต่ยอดฝีมือขั้นกำเนิดฟ้าอย่างหวังอวี่ยังตาย แล้วเจ้ารอดมาได้อย่างไร?!”
“ประหลาดใจมากหรือ” หลี่ฝานเอ่ยเสียงเย็น พลางก้าวเข้าไปในห้องทีละก้าว
คราวนี้หลัวหมิงหวาดกลัวขึ้นมาจริง ๆ
