เสียงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จ้าวเหล่าเอ้อร์ยกปืนล่าสัตว์ขึ้นเล็ง
“อย่าส่งเสียง อย่าขยับมั่วซั่ว”
ลุงซุนรีบดับก้นบุหรี่แล้วใส่กระเป๋า มือกำขวานแน่นโดยไม่รู้ตัว
ลู่เจี้ยนจวินก็หยิบขวานของตัวเองขึ้นมา จ้องพุ่มไม้เบื้องหน้าเขม็ง
พุ่มไม้ไหวอยู่สองสามครั้ง จากนั้นหัวดำมะเมื่อมก็โผล่ออกมา
หมูป่า!
ขนาดพอ ๆ กับตัวที่ลู่เจี้ยนจวินเจอเมื่อวาน หรืออาจเป็นตัวเดียวกันด้วยซ้ำ
หมูป่าดมฟุดฟิด ก่อนเงยหน้ามองคนทั้งห้า
มันชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหันหลังเตรียมวิ่งหนี
แต่จ้าวเหล่าเอ้อร์ไม่เปิดโอกาสให้มัน
“ปัง!”
เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วป่า
หมูป่าร้องโหยหวน ลำตัวเอียงวูบแต่ยังไม่ล้ม มันดิ้นรนพยายามวิ่งหนีต่อ
จ้าวเหล่าเอ้อร์รีบยิงซ้ำอีกนัด คราวนี้กระสุนโดนขาหน้าของหมูป่า
คราวนี้มันยืนไม่ไหว กลิ้งไปมาบนพื้นสองสามตลบแล้วก็แน่นิ่ง
ในป่ากลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าเสียงปืนยังคงก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขา
ทุกคนอึ้งไปไม่กี่วินาที ก่อนจะพากันโห่ร้องดีใจ
“ได้หมูแล้ว! ได้หมูแล้ว!”
หู่จื่อโยนขวานในมือลงแล้ววิ่งเข้าไปเตะหมูป่า เสาหู้ ชายฉกรรจ์อีกคนก็เดินตามไปด้วย
“โห ตัวนี้ต้องหนักสัก 150-160 ชั่งแน่ ๆ!”
ลุงซุนไม่ได้เข้าไปใกล้ แค่ยกนิ้วโป้งให้จ้าวเหล่าเอ้อร์
จ้าวเหล่าเอ้อร์ยิ้มพลางยักไหล่ เก็บปืนแล้วชักมีดล่าสัตว์ออกจากเอว
จากนั้นก็นั่งยอง ๆ เริ่มชำแหละหมูป่า
ฝีมือของจ้าวเหล่าเอ้อร์คล่องแคล่วมาก ทั้งผ่าท้อง ถลกหนัง และแยกชิ้น ทำได้ต่อเนื่องไม่ติดขัด
