ลุงซุนชะงักไปครู่หนึ่ง
“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?”
ลู่เจี้ยนจวินพูดซ้ำอีกครั้ง
“ผมคิดว่าคงต้องไปคนเดียว ลุงแค่บอกทางผมก็พอครับ”
“ทำไมล่ะ? แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?”
ลุงซุนเคาะกล้องยาสูบกับมุมเตา
“ฉันไม่ได้บอกไปแล้วหรือว่าที่นั่นไม่ปลอดภัย”
ภรรยาของลุงซุนหยุดมือที่กำลังถือกระบวยผัด มองลู่เจี้ยนจวิน
“พ่อหนุ่ม อย่าดื้อเลยนะ”
“เข้าไปในป่าลึกคนเดียว ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ก็ไม่มีใครไปส่งข่าวได้หรอก”
ลู่เจี้ยนจวินเงยหน้าขึ้น
“ป้าครับ ผมรู้ครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นน้ำใจป้า”
“แค่ไปคนเดียวมันสะดวกกว่าจริง ๆ ครับ”
ลุงซุนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายเข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนถอนหายใจยาว
“ได้ แกไม่อยากให้ฉันไป ฉันก็ไม่ไป แต่แกต้องรับปากฉันเรื่องหนึ่ง”
ลู่เจี้ยนจวินพยักหน้า “ลุงว่ามาเลยครับ”
“ระวังตัวระหว่างทาง ก่อนฟ้ามืดต้องกลับมาให้ได้”
ลุงซุนจ้องเขา
“ถ้าฟ้ามืดแล้วยังไม่กลับมา ฉันจะพาคนเข้าไปในเขาตามหาแก”
“ได้ครับ ผมรับปาก”
ลุงซุนเดินจากข้างเตาไปหยิบกิ่งไม้ แล้วขีดเส้นลงบนพื้นหลายเส้น
“จำไว้นะ ออกจากหมู่บ้านเราแล้วมุ่งขึ้นเหนือ พอข้ามลำธารเล็ก ๆ ไป จะเจอทางแยกสามทาง”
“ทางขวาไปเหมืองหิน แกเลือกทางซ้ายสุด…”
“ใต้สันเขาแรกจะมีกองหินอยู่ ไปถึงตรงนั้นแล้วเลี้ยวตะวันออก จากนั้นข้ามสันเขาลูกที่สองไป จะเห็นร่องน้ำแห้งสายหนึ่ง เดินเลียบร่องน้ำขึ้นเหนือไป”
“เดินไปจนสุดก็จะเห็นสันเขาลูกที่สาม”
“ข้ามสันเขาลูกที่สามไป แกก็จะเห็นกระท่อม…”
