ทงอาอวี่สมองยังตามไม่ทัน น้ำเสียงเย็นชา “งั้นพี่หมายความว่า ที่เขาเรียกฉันว่าไอ้เด็กเวร ฉันควรถือเป็นเกียรติงั้นเหรอ”
ซูเสี่ยวหม่านพูดจาเหลวไหลหน้าตาเฉย
“งั้นนายก็พูดจาไม่มีมารยาทได้หรือไง”
เสี่ยวอวิ๋นชวนไม่เคยอยู่กับเด็กมาก่อน พอเห็นทั้งคู่ทำท่าพร้อมปะทะกัน ก็รีบออกหน้าห้ามทัพ
“น้องสาว พอได้แล้ว ผมเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง ไม่ถือสาเด็กหรอก ปล่อยเขาไปเถอะ”
ทงอาอวี่แค่นหัวเราะอย่างเย็นชา
“พูดเหมือนฉันอยากยุ่งกับนายอย่างนั้นแหละ”
เสี่ยวอวิ๋นชวนตะโกนเสียงดัง “ฉันถามหน่อยเถอะ เด็กอย่างนายเป็นอะไรไป เมื่อกี้ยังทำท่าน่าสงสารอยู่เลย ตอนนี้ทำไมเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน พูดจาประชดประชัน”
“คิดว่าตัวเองได้อยู่ต่อแล้วปีกกล้าขาแข็ง ผมจัดการนายไม่ได้แล้วหรือไง”
ในสายตาเขา เด็กก็ควรทำตัวให้สมกับเป็นเด็ก จะมาทำหน้าบึ้งใส่ใครกัน?
สีหน้าของทงอาอวี่ยังคงเรียบเฉย
“นายคิดว่าตัวเองเป็นใครของฉัน ถึงได้มายุ่งกับฉัน”
“ออกไป”
ซูเสี่ยวหม่านตวาด
ทงอาอวี่ชะงักไปเล็กน้อย ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น “อะไรนะ”
ซูเสี่ยวหม่านทำหน้าขรึม เอ่ยซ้ำอีกครั้ง
“ฉันบอกให้นายออกไป”
ทงอาอวี่อย่างไรก็ยังเป็นเด็ก พอเห็นเสี่ยวอวิ๋นชวนทำท่าดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ สีหน้าก็พลันดูไม่จืด
“ทำไมฉันต้องออกไปด้วย เขาด่าฉันก่อน ฉันแค่ตอบกลับไปสองประโยค พี่ก็ไล่ฉัน แบบนี้ไม่ยุติธรรมกับฉัน”
ซูเสี่ยวหม่านเหลือบมองเขาด้วยแววตาเย็นชา
“ต้องให้ฉันพูดซ้ำอีกกี่ครั้ง จะให้ฉันไปตามพี่ชายมาหรือไง”
ขอบตาของทงอาอวี่แดงก่ำขึ้นมาทันที “พี่จะไล่ฉันไป แต่เมื่อกี้หัวหน้าลู่รับปากแล้วว่าจะให้ฉันอยู่ต่อ”
